เยี่ยมคริสตจักรบ้านที่นคร โฮจิมินห์ The Second mission trip to Vietnam



คริสตจักรบ้านพันธกิจการปลดปล่อย เยี่ยมคริสตจักรบ้าน ณ นครโฮจิมินห์
ในระหว่างวันที่ 11-18 ต.ค. ทีมงานการปลดปล่อย จำนวน 10 คน ประกอบด้วย ทีมงานคนไทย 6 คน
ศิษยาภิบาลลาว (ผู้แปลและประสานงาน) จำนวน 2 คน และทีมศึกษาดูงานจากประเทศออสเตรเลีย จำนวน 2 คน ได้เดินทางไปเยี่ยมพี่น้องผู้เชื่อพระเยซูที่ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียตนาม

จุดประสงค์ในการเดินทางไปครั้งนี้ คือ เพื่อหนุนใจพี่น้องคริสเตียนให้มั่นคงในความเชื่อ  เพื่อยืนยันให้ผู้เชื่อพระเยซูชาวเวียตนามได้ประจักษ์แก่ตาว่า พระเยซูเจ้าคือพระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ยังสามารถทำการอัศจรรย์รักษาผู้ป่วย ผ่านคำอธิษฐานอวยพรและเทศนาของผู้เชื่อ  เพื่อประกาศฟื้นฟูความเชื่อ  การเร้าใจในการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องความรอด  ในคริสตจักรบ้านที่ตั้งอยู่ในเมืองโฮจิมินห์  นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เชื่อที่อยู่ในทีมงานปลดปล่อยให้มีประสบการณ์เพิ่มขึ้นในด้านการปลดปล่อย  การอธิษฐาน  ในการออกภาคสนามเพื่อเป็นการพัฒนาคนให้มีความมั่นใจในความเชื่อ  ฝึกใช้ของประทาน  ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ในการรับใช้พระเยซูเจ้า  เพื่อเป็นผู้เชื่อที่เข้มแข็งต่อไป


ในการไปมิชชั่นทริปในครั้งนี้ทีมงานของเรา ได้รับพระเมตตา  ให้มีการสนับสนุนด้านงบประมาณจากพี่น้องที่เคยได้รับการอธิษฐานปลดปล่อยจากทีมของเราถวายเข้ามาด้วยใจกว้างขวาง  โดยไม่มีการเรี่ยไร หรือส่งจดหมายขอ  แต่เป็นการถวายเข้ามาตามภาระใจ ด้วยความยินดี ขอบพระคุณพระเจ้าและพี่น้องที่มีภาระใจ   และอยากมีส่วนร่วมรับพระพร  

เนื่องจากงบประมาณที่ได้รับการถวายเข้ามามีมากเพียงพอ  แต่ทีมงานของเราได้ใช้จ่ายอย่างประหยัดเฉพาะรายจ่ายเกี่ยวกับค่าที่พัก  ค่าอาหาร และค่าเช่ารถตู้ สำหรับเดินทางไปเยี่ยมคริสตจักรบ้าน แต่ละแห่ง  และเรายังได้เจียดงบประมาณส่วนหนึ่งสำหรับอวยพร (Love offering) ศิษยาภิบาลหรือผู้ดูแลผู้เชื่อในแต่แห่งที่เราไปเยี่ยม  นอกจากนี้เรายังจ่ายเป็นต่าตอบแทนสำหรับผู้ประสานงาน  และผู้ทำหน้าที่ล่ามแปลภาษาด้วย   ส่วนค่าใช้จ่ายค่าเดินทางจากประเทศไทย   ด้วยเครื่องบินทีมงานแต่ละคนรับภาระของตนเอง   ขอพระเจ้าอวยพระพรทีมงาน และพี่น้องทุกท่านที่ได้เข้าส่วน  และมีส่วนในการถวายเข้ามาในพันธกิจการปลดปล่อยเล็กๆ นี้อย่างสม่ำเสมอ และขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้

ในการไปพันธกิจครั้งนี้ เรามีการประเมินผลทุกๆ วันหลังจากการทำพันธกิจ  ผลปรากฎว่าเราได้รับผลตอบรับจากพี่น้องชาวเวียตนามที่ดีมาก  ทั้งๆ ที่การจัดการอบรมอยู่ในช่วงวันทำงาน  และผู้จัดได้ประสานงานให้พี่น้องให้มาพบกับทีมงาน ในเวลาประมาณ บ่ายสองโมงถึงหาโมงเย็นของทุกวัน  ซึ่งถ้าเป็นการจัดในประเทศไทย   คงไม่สามารถจัดเวลานี้ได้  ในการเยี่ยมเยียนแต่ละแห่ง ชาวเวียตนามที่มาร่วม  มีพี่น้องได้รับการรักษาเยียวยาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และวิญญาณ  มีคนกลับใจคืนดีกับพระเจ้ามากมาย  คนที่เจ็บป่วยก็ได้รับการรักษาให้หายดีเกือบทุกคน  ทุกแห่งอยากให้เรากลับไปอีกครั้ง

การไปเยี่ยมเยียนในครั้งนี้อาจเป็นสิ่งแปลกใหม่ สำหรับคนไทยเพราะปรากฎว่ายังไม่มีคณะใดๆ จากประเทศไทย ไปเยือนคริสตจักรบ้าน  ในเมืองโฮจิมินห์ ที่เราไปเยี่ยม คณะของเราอาจเป็นกลุ่มแรกที่กล้าเข้าไปเยี่ยมคริสตจักรบ้านเหล่านี้ ในดินแดนที่ปกครองระบอบคอมมิวนิสที่น่ากลัวมากๆ สำหรับบางคน

จากการสอบถามเราพบว่า ในนครโฮจิมินห์ มีคริสตจักรบ้านมากมายเป็นร้อยๆ แห่ง  แต่เนื่องจากข้อจำกัดหลายอย่างเราจึงไม่สามารถไปเยี่ยมคริสตจักรได้มากนัก  แต่ผู้ประสานของเราที่เป็นพาสเตอร์ชาวเวียตนามก็ได้เชิญคนป่วยจากหลายคริสตจักรมารวมกันในบ้าน เพื่อให้เราอธิษฐานปลดปล่อย

ผมขอตั้งข้อสังเกตให้ผู้เชื่อในทีมปลดปล่อย และพี่น้องคริสเตียนไทยว่า ทำไมคริสตจักรใหญ่ๆ  มากมายหลายแห่ง  บางแห่งมีคนเป็นสมาชิกจำนวนหลายร้อย หลายพันคน  บางแห่งมีเงินถวายเป็นแสนเป็นล้าน  ทำไมคริสตจักรจึงไม่จัดทริปแบบนี้บ้าง   เพื่อพาผู้เชื่อพระเจ้าไปดู ไปเห็น ไปสัมผัส  ไปรับประสบการณ์กับฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า  เพื่อคนจะได้เห็นว่า  คริสเตียนเป็นพี่น้องกันทั่วโลก  และพระเยซูเจ้าจะเทการอัศจรรย์และหมายสำคัญตามพระสัญญาของพระองค์ เมื่อผู้เชื่อของพระองค์  กล้าที่จะก้าวเดินออกจากบริเวณรั่วโบสถ์   ออกไปจากเมืองที่ตนอยู่  ออกไปประกาศข่าวดีแห่งการปลดปล่อยจากอำนาจบาป และวิญญาณผีปีศาจ เพื่อสำแดงพระบารมีของพระเยซูเจ้าให้โลกได้ประจักษ์




การเทศนาการปลดปล่อยได้รับการรับรองด้วยหมายสำคัญ การหายโรค ด้วยฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้คนกลับใจใหม่  และมารับการอธิษฐานอวยพรมากมาย  คนป่วยมากมายก็ได้รับการรักษาให้
หายดีอย่างอัศจรรย์


การอธิษฐานต้องใช้คนแปลเป็นภาษาเวียตนาม สำหรับพี่น้องที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ 
ผมต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเทศนา และสื่อสารกับพี่น้องชาวเวียตนามผ่านล่าม


หลังการเทศนาทุกครั้ง คือเวลาแห่งการปลดปล่อย การอธิษฐานอวยพร


ทีมงานแยกกันอธิษฐานอวยพรพี่น้องที่มีการอาการป่วย ซึ่งมีเข้ามาทุกๆ ครั้งหลังเทศนาจบ


คนเวียตนามมีคนพูดภาษาอังกฤษเก่งมากมาย 
ล่ามที่มาช่วยเราไม่ซ้ำหน้ากันเลยในแต่ละวัน คนเวียตนามรุ่นใหม่พูดภาษาอังกฤษได้ดี



ถ่ายภาพร่วมกับผู้นำคริสตจักรบ้าน 

 ถ่ายภาพร่วมกับผู้นำคริสตจักรบ้าน คณะคริสเตียนสัมพันธ์ (Assembly of Gods)

 คุณอูนิช ภรรยา อ.บรูซ อธิษฐานให้เด็กที่ป่วย หมอบอกว่า หมดโอกาสแล้ว
(แต่เราไม่ทราบว่าเขาจะหายดีหรือไม่ เพราะต้องติดตามอาการต่อไป และพ่อแม่ของเด็ก
ต้องเดินทางกลับบ้านก่อนที่เราจะเริ่มการเทศนา)


อ.บรูซ ที่ผมชวนมาร่วมทริปนี้ เทศนาผ่านล่าม คุณ ตีตี้ เพื่อสอนพี่น้องชาวเวียตนาม
ให้รู้จักการใช้ฤทธิ์อำนาจของผู้เชื่่อในพระนามพระเยซู   หลายคนหายดีทันทีเมื่อเพื่อนเขาอธิษฐานให้

ชายคนนี้ป่วยหนัก เดินไม่ได้มากนาน เมื่อรับการอธิษฐานแล้ว เขาหัดเดินอีกครั้ง



 คุณอูนิช ได้สาธิตในเราอย่างประหลาดใจว่า เพียงแค่การกอดกันก็สามารถรักษาอาการป่วย
ของคนที่มีเจ็บป่วยจากอาการบาดเจ็บทางจิตใจ และอารมณ์ ถูกละเมิด หรือรากขมขื่นได้


 อ. ศุภจรีย์  เพื่อนคู่หู และผู้ให้การสนับสนุนทุกครั้งที่ทีมของเราออกไปประกาศ


ลูกศิษย์ของผมถ่ายภาพกับศิษยาภิบาลคริสตจักรบ้าน 





ดูคลิปการเป็นพยาน


ลูกชายเป็นพยานในการรับใช้ การดำเนินชีวิตให้แก่เยาวชน ชาวเวียตนามที่มาเชื่อพระเยซู


บรรยากาศท้องถนนของเวียตนาม ที่รถมอร์เตอร์ไซด์ คือพาหนะสำคัญในเมืองนี้
มาร์ค บอกเราว่า "พวกเขาขับรถเหมือนอยู่ในถนนคนเดินในเมืองไทย"

อาหารหลักที่สำคัญของพี่น้องชาวเวียตนาม คือ  เส้นหมี่  ขนมจีน  ก๋วยเตี๋ยว หรือ สิ่งที่เรียกว่า เฝ้อ
ชามละประมาณ 48,000 ดอง หรือประมาณ 60 บาท (ในร้านมีระดับ)

อัตราและเปลี่ยนเงินของเวียตนาม คือ 1 บาทเท่ากับ 680 ดอง
150 บาท มีค่าเท่ากับเงินเวียตนามประมาณ 10,000 ดอง

ดูอัลบัมภาพทีมมิชชั่นทริป เพิ่มเติมที่นี้

อัลบัมภาพที่ 1
อัลบัมภาพที่ 2
..................................

ไปหน้าแรกของบล๊อค Home


   โฮจิมินห์ ซิตี้ (Ho Chi Minh City)



ตั้งอยู่บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง แต่เดิม มีชื่อว่า ไซ่ง่อน มีพื้นที่ทั้งหมด 2095.2 ตร.กม. และจำนวนประชากร 10 ล้านคน เป็นเมืองทีมีความสำคัญที่สุดรองจากเมืองฮานอย ที่นี่ไม่ใช่เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านการค้าเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวอีกด้วย.

เมืองนี้เต็มไปด้วย แม่น้ำ ลำคลอง แม่น้ำที่กว้างที่สุดคือ แม่น้ำไซ่ง่อน โดยท่าเรือไซ่ง่อนสร้างขึ้น ในปี ค.ศ.1862 สามารถรับได้ถึง 30000 ตันสภาพอากาศโดยทั่วไปเป็นแบบร้อนชื้น ฤดูฝนระหว่าง เดือน พฤษภาคม ถึง พฤศจิกายน และ หนาวช่วงเดือนธันวาคม ถึงเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 27 องศาเซลเซียส เดือนที่ร้อนที่สุด คือเมษายน และหนาวสุดในเดือนธันวาคมตลอดทั้งเดือนอากาศจะอบอุ่นสบา


2 ความคิดเห็น:

  1. เอเมนครับ
    พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่แน่

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ6/01/2556

    Hey I know this is off topic but I was wondering if you knew
    of any widgets I could add to my blog that automatically tweet my newest twitter updates.

    I've been looking for a plug-in like this for quite some time and was hoping maybe you would have some experience with something like this. Please let me know if you run into anything. I truly enjoy reading your blog and I look forward to your new updates.

    Feel free to surf to my web-site ... selling a used car to a dealer

    ตอบลบ

You may post your comments here.
หากท่านมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมหรือเสนอแนะเชิญออกความเห็นได้
(กรุณาใช้ข้อความสุภาพ และสร้างสรรค์)