แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Teaching-RW แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Teaching-RW แสดงบทความทั้งหมด
คริสเตียนปลาทอง Gold fish Christians
๐ คริสเตียนปลาทอง๐
สองสามวันก่อน ปลาทองที่ลูกชายฝากเลี้ยงไว้ตายไปสองตัว ลอยหงายท้องป่อง ตอนหลังมาทราบว่าเพราะมันกินอาหารมากเกินไป สอบถามผู้รู้เขาบอกว่า การให้ปลาทองอย่าให้มาก หรือให้บ่อยเกินไปเพราะปลาทองมันจะกินไม่รู้จักอิ่ม พอมันเห็นอาหารมันก็จะกินเข้าไปเรื่อยๆ จนท้องจุกตาย
เขาบอกว่า ปลาทองเป็นปลาที่มีความจำสั้น มันไม่รู้ว่ามันได้ทำอะไรลงไป มันจะลืมเรื่องดีๆ ไปง่ายๆ และมันจะสนใจแต่อาหารที่อยู่ตรงหน้า จนลืมไปว่ามันกินอิ่มแล้ว
ผู้เชื่อพระเจ้าหลายคนเวลามีทุกข์ร้อน หรือมีเรื่องลำบากจะอธิษฐานขอให้พระเจ้าช่วยโน้นนี่ บ้างไม่ดูแลรับผิดชอบงานหน้าที่ตัวเองดีพอ ทำให้เสียงาน เสียเวลา เสียโอกาสดีๆ ในชีวิต เสียอะไรๆ หลายอย่าง พอถึงเวลาคับขันไม่ได้ผลตามที่คาดหวังเหมือนใจต้องการก็อธิษฐานขอพระเจ้า บางคนก็บนไว้อย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอได้แล้วก็ไม่ได้ทำตามที่บนไว้ ตอนหลังอธิษฐานอีกก็เลยไม่ได้รับผลตามที่ปรารถนา
คนป่วยที่ใกล้ตายหลายคน แม้บางคนจะเป็นอาจารย์ใหญ่ สอนคนมาเยอะแต่บั้นปลายชีวิตกลับตกต่ำ ด้อยค่า ถูกคนหมางเมิน เจ็บป่วยเรื้อรังรักษาไม่หาย เพราะเป็นคริสเตียนปลาทอง ความจำสั้น พูดอะไรแล้วก็ลืม ไม่รักษาวาจา จึงต้องรับกรรม เจ็บป่วย ตกต่ำ แม้จะอธิษฐานถืออดวิงวอนแถบมีคนช่วยอธิษฐานยังไงก็ไม่หายเพราะความจำสั้นนั่นเอง
การคิดว่าพระเจ้าไม่ถือ พระเจ้าอภัยให้ทุกอย่าง เราไม่ต้องรักษาอะไร เป็นเพียงคำสอนของคริสเตียนโลกสวยเท่านั้น พระลักษณะของพระเจ้าไม่ได้มีแค่ความรักอย่างไร้เหตุผล หรือไม่มีข้อแม้ใดๆ เท่านั้น แต่พระองค์เป็นพระเจ้าแห่งความยุติธรรมด้วย
[สภษ.3:1]
บุตรชายของเราเอ๋ย อย่าลืมคำสอนของเรา แต่ให้ใจของเจ้ารักษาบัญญัติของเรา
[สภษ.4:5]
อย่าลืมและอย่าหันกลับจากถ้อยคำแห่งปากของเรา จงเอาปัญญา และเอาความรอบรู้
พระธรรมที่กล่าวไว้ชัดอีกที่หนึ่งเกี่ยวกับการบนพร่อยๆ คือ
"เมื่อท่านบนต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ท่านอย่าละเลยไม่แก้บน เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงเรียกเอาจากท่านเป็นแน่ และท่านจะมีบาป"
[ฉธบ.23:21]
อีกตอนหนึ่ง คือ
"เมื่อเจ้าปฏิญาณบนไว้ต่อพระเจ้า อย่าชักช้าที่จะแก้บนนั้นให้สำเร็จ เพราะพระองค์หาชอบพระทัยในคนเขลาไม่ จงแก้บนตามที่เจ้าบนไว้เถิด" [ปญจ.5:4]
ชาโลม
HOME
Tags: การอธิษฐานวิงวอน + วิธีอธิษฐานที่เกิดผล+ พลังแห่งการอธิษฐาน + พันธสัญญาใหม่ + การบนบานศาลกล่าว + การรักษาสัจจะ
พฤติกรรมคนเขลา What a fool does
พฤติกรรมเขลาๆ
๙ คนฉลาดนั้นมองการณ์ไกล และรู้จักวางแผนชีวิต เขารู้จักตั้งเป้าหมายชีวิต เขามีสติรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร และกำลังจะไปทางไหน
เขาอดทนและบากบั่นไปสู่เป้าหมายชีวิตที่ดีกว่าเสมอ
คนฉลาดถ่อมใจยอมฟังคำตักเตือนเสมอ แม้จากคนที่มีฐานด้อยกว่าเขา เขาหมั่นสำรวจความผิดพลาดของตัวเองและหมั่นปรับปรุงตัวเสมอ เขาสัตย์ซื่อ ถือสัจจะ ไม่กล้าทำสิ่งชั่ว เขายำเกรงผู้มีอำนาจ เขากลัวบาป เขาไม่กล้าทำสิ่งชั่ว เขาให้เกียรติต่อคำสั่งสอน เขาถ่อมใจและสอนได้ และเขาเป็นผู้พร้อมสำหรับการดีทุกอย่าง
๙ เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี คนฉลาดจะเริ่มได้เก็บเกี่ยวผลแห่งการหว่านสิ่งดีในชีวิตจากสิ่งที่เขาเพียรพยายามสร้างความดี เพราะมีสิ่งดีในตัว เขาจึงมีการงานที่ดี การเงินที่ดี ชีวิตแต่ละด้านมีความมั่นคง เขาจึงมีครอบครัวที่เข้มแข็ง เขามีความสัมพันธ์มั่นคงกับทุกส่วนตัวชีวิต
เขาเริ่มแจกจ่าย และเป็นผู้ให้ เขาช่วยเหลือ เขาแสดงความกตัญญูต่อผู้มีคุณ และแจกจ่ายช่วยเหลือคนขัดสน ชีวิตของเขาเริ่มเกิดผล เขามีความน่าเชื่อถือ เขาได้เห็นโลกกว้าง และชีวิตของถูกยกขึ้นสู่ที่สูงมากขึ้น สิ่งชั่วร้ายแตะต้องเขาไม่ได้ เพราะเขาไม่มีช่องทางให้วิญญาณชั่วเข้าจู่โจมทำร้ายได้ เพราะเขามีสิ่งศักดิ์สิทธิปกคลุมอยู่ เพราะเขาอยู่ในความดีอันบริสุทธิ์ เขาเป็นที่รักของคนที่ได้พบ ได้รู้จัก ชีวิตของเขาสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีได้
คนฉลาดถ่อมใจยอมฟังคำตักเตือนเสมอ แม้จากคนที่มีฐานด้อยกว่าเขา เขาหมั่นสำรวจความผิดพลาดของตัวเองและหมั่นปรับปรุงตัวเสมอ เขาสัตย์ซื่อ ถือสัจจะ ไม่กล้าทำสิ่งชั่ว เขายำเกรงผู้มีอำนาจ เขากลัวบาป เขาไม่กล้าทำสิ่งชั่ว เขาให้เกียรติต่อคำสั่งสอน เขาถ่อมใจและสอนได้ และเขาเป็นผู้พร้อมสำหรับการดีทุกอย่าง
๙ เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี คนฉลาดจะเริ่มได้เก็บเกี่ยวผลแห่งการหว่านสิ่งดีในชีวิตจากสิ่งที่เขาเพียรพยายามสร้างความดี เพราะมีสิ่งดีในตัว เขาจึงมีการงานที่ดี การเงินที่ดี ชีวิตแต่ละด้านมีความมั่นคง เขาจึงมีครอบครัวที่เข้มแข็ง เขามีความสัมพันธ์มั่นคงกับทุกส่วนตัวชีวิต
เขาเริ่มแจกจ่าย และเป็นผู้ให้ เขาช่วยเหลือ เขาแสดงความกตัญญูต่อผู้มีคุณ และแจกจ่ายช่วยเหลือคนขัดสน ชีวิตของเขาเริ่มเกิดผล เขามีความน่าเชื่อถือ เขาได้เห็นโลกกว้าง และชีวิตของถูกยกขึ้นสู่ที่สูงมากขึ้น สิ่งชั่วร้ายแตะต้องเขาไม่ได้ เพราะเขาไม่มีช่องทางให้วิญญาณชั่วเข้าจู่โจมทำร้ายได้ เพราะเขามีสิ่งศักดิ์สิทธิปกคลุมอยู่ เพราะเขาอยู่ในความดีอันบริสุทธิ์ เขาเป็นที่รักของคนที่ได้พบ ได้รู้จัก ชีวิตของเขาสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีได้
ช่วยผมด้วย Please Help Me
Please support International Deliverance Ministry Team( IDMT)
เนื่องจากพันธกิจปลดปล่อยไม่ใช่องค์กรที่รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ หรือมีคริสตจักรใดๆ ให้การสนับสนุนด้านการเงิน ห้าปีที่ผ่านไป( 2008-2012) ได้รับความเมตตาจากพี่น้องสองสามท่านที่เห็นความสำคัญ ช่วยเหลืองานบ้างตามโอกาส และภาระใจ เพื่อให้งานสามารถดำเนินการมาได้
ระวังในการกินไว้บ้าง You are what you eat
ธรรมชาติของสัตว์สะอาดและสัตว์สกปรก
๐ลูกของใครดูจากธรรมชาติการเลือกกินของเขา๐
ลูกเสือลูกสิงโต ลูกนกอินทรีชอบกินเนื้อสด
ลูกเป็ด ลูกไก่ ลูกนกชอบกินเมล็ดพืชและหนอนเล็กๆ
ลูกอีแร้ง ลูกอีกา ชอบกินเนื้อตาย เนื้อศพ
ลูกแกะ ลูกวัว ลูกกระต่ายชอบกินหญ้าสด
ลูกเศรษฐีชอบกินของดีของแพง และเลือกกิน
ลูกคนจนต้องกินกล้วยขูด และข้าวบดไม่มีสิทธิเลือก
ลูกผีชอบกินของบูชา ของมึนเมาและยาเสพติด
ลูกพระเจ้าชอบกินอะไรเอ่ย
ชาโลม
HOME
ลอกคราบเก่าออกเพื่อจะได้เสื้อใหม่ Put away old covering and be changed.
ปลดปล่อยตัวเองจากเปลือกเก่าๆ ทางศาสนาดีไหม
๐ปลดปล่อยตัวเองออกจากตัวเก่าที่อ่อนแอและจำกัด๐
ตอน: ใครคนนั้นคือคนที่ใช่
ไม่ใช่ว่าไม่มีใครนะ มีเยอะเลยสำหรับคนที่เรียกตัวเองว่าคนมีศรัทธาในตัวเอง
ไม่ใช่ว่าไม่มีนะสำหรับผู้มีความเชื่อ ผู้ที่อยากรับใช้ อยากเข้าถึงพระเจ้า
ไม่ใช่ว่ามีน้อยนะสำหรับคนที่อยากจะเรียนรู้ อยากเติบโต อยากเข้มแข็ง
ไม่ใช่ว่าไม่มีเลยนะสำหรับโอกาสแห่งการเติบโต เพื่อการพัฒนาชีวิตเข้าสู่อีกระดับหนึ่งของความเชื่อ
ปลดปล่อยจากความกลัว FEAR NOT
๐ FEAR NOT อย่ากลัวเลย ๐
๐ ความกลัวกับศรัทธาจะไปกันได้ไหม ๐
ลักษณะของคนที่มีความกลัวในใจเมื่อเห็นอะไรที่แปลก แหวกแนว พิลึกก็จะต้องกราบไหว้บูชากันไปตามธรรมเนียม บ้างก็ขอหวย ขอรวย เพราะความกลัวติดตัวมาตั้งแต่เกิด ด้วยความไม่รู้ และถูกปลูกฝังจิต และอุปนิสัยแห่งความกลัว คนจำนวนมากจึงไม่สามารถไปสู่ความไพบูลย์ของชีวิตที่พระผู้สร้างได้อวยพรไว้ในชีวิตของเขา หลายคนจึงพลาดเป้าหมายไปเพราะความกลัวที่อยู่ฝังรากหยังลึกในจิตใจ
ตอนเป็นทารกเริ่มรู้ความ แม่สอนให้กลัวตุ๊กแก สอนว่าตุ๊กแกจะกินตับเด็กได้ ถ้าเป็นเด็กดื้อหรือร้องเสียงดังก็จะมีตุ๊กแก หรือจิ้งจกมากัด หรือกินตับ เมล็ดแห่งความกลัวเม็ดแรกถูกหว่านลงไว้ในจิตใจเรียบร้อยแล้ว
ท่านมีแสงสว่างในตัว You are the light to the world
๐ ท่านทั้งหลายมีแสงสว่างในตัว๐
"ไม่มีผู้ใดเมื่อจุดตะเกียงแล้วจะตั้งไว้ในที่กำบัง หรือเอาถังครอบไว้แต่ตั้งไว้บนเชิงตะเกียง เพื่อคนทั้งหลายที่เข้ามาจะเห็นแสงสว่างได้
ตาเป็นประทีปของร่างกาย เมื่อตาของท่านปกติ ทั้งตัวก็พลอยสว่างไปด้วย แต่เมื่อตาของท่านผิดปกติ ทั้งตัวของท่านก็พลอยมืดไปด้วย
เหตุฉะนั้นจงระวังให้ดี
ไม่ให้ความสว่างซึ่งอยู่ในท่าน
กลายเป็นความมืดนั่นเอง
เหตุฉะนั้นถ้ากายทั้งสิ้นของท่านเต็มด้วยความสว่าง ไม่มีที่มืดเลย ก็จะสว่างตลอด เหมือนอย่างแสงสว่างของตะเกียงที่ส่องมาให้ท่าน"
ด้วยว่าไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนไว้ซึ่งจะไม่ปรากฏแจ้ง และไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้ซึ่งจะไม่รู้ จะไม่ต้องแพร่งพราย" [พระธรรมลูกา 11]
"เหตุฉะนั้นจงระวังให้ดี
ไม่ให้ความสว่าง
ซึ่งอยู่ในท่านกลายเป็นความมืดนั่นเอง"
ทราบไหมว่า สาเหตุสำคัญที่คนไทยไม่ได้รู้จักพระเจ้า ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่เชื่อว่าพระเจ้าไม่มีจริงนะ พวกเขารู้ว่ามีวิญญาณ มีผี แต่คนไทยชอบไหว้ผี นับถือผีมาตั้งแต่สมัยก่อนที่จะรับเอาศาสนาไหว้รูปเคารพเข้ามาเสียอีก พวกเขากลัวผีจะทำร้าย ไม่กล้าออกจากผี เพราะผีเอาถึงตาย
แต่สาเหตุที่สำคัญไม่ใช่เพราะว่าพระคริสต์ไม่ดี พระเจ้าไม่ดี แต่เพราะพวกเขาไม่เห็นแสงสว่างของพระเจ้าผ่านทางผู้เชื่อ ผู้เชื่อจำนวนมากเก่งแต่ในโบสถ์ ในตอนไปไหว้พระเจ้าเท่านั้น เวลาออกไปไหน ก็ไม่กล้าเอ่ยปากเป็นพยานเล่าถึงความดีที่พระเจ้าได้กระทำในชีวิตของพวกเขา พวกเขาไม่เจ็บป่วยง่าย เขาก็ไม่รู้ว่าพระเจ้าอวยพรเขา เขามีกินมีใช้พอเพียงเขาก็คิดว่าที่เขาอยู่ดีกินดีเพราะเขามีความรู้ มีความสามารถ เขาไม่กล้าบอกว่าพระเจ้าอวยพรเขา
ผู้เชื่อบางคนยังทำตัวเป็นไฮโซ ถ้าอยู่นอกบริเวณอาคารโบสถ์เขาไม่ทักไม่ทายคนก่อน เพราะความยะโสถือดีในตัวที่เขาเองก็ไม่รู้ แต่ใช้คำว่าไม่กล้ามาเป็นข้ออ้าง
ผู้เชื่อบางคนเวลามีโอกาสต้องนั่งโดยสารรถทัวร์ ระยะทางเป็นหลายร้อยกิโลเมตร เวลานั่งเก้าอี้ติดกับคนแปลกหน้า สีข้างเบียดกันไปตลอดทาง คำพูดแม้สักคำหนึ่งก็ไม่ยอมจะปริปากเรื่องพระเจ้า พูดแต่เรื่องสามัญที่ใครๆ ชอบทักทายกัน บางคนยิ่งแย่กว่าอีก คือเขามีนิสัย(เสีย) คือไม่ทักไม่ทายใครก่อนอีกด้วย แต่ถ้าเป็นตอนที่เขาอยู่ในโบสถ์ในเช้าวันอาทิตย์จะก็ เขาจะทำตัวเป็นแม่พระ ทักทายไปทั่ว ปากก็ว่าพระเจ้าอวยพร พระเจ้าอวยพร ลับหลังอาจารย์ก็ด่าเป็นไฟแล๊บ ไม่กลัวบาป ไม่กลัวพระเจ้า เอาแต่หงุดหงิด และสร้างปัญหาให้คนรอบข้าง แต่อ้างว่าคนอื่นทำให้โกรธ
ตอนนี้ยิ่งไปกันใหญ่ พวกผู้นำความเชื่อบางคน หรือผู้อาวุโสทั้งหลายผู้เชื่อพระเจ้ามาหลายปี ตอนอยู่ในโบสถ์พวกเขาสอนเรื่องความรัก การให้อภัย การยกโทษ แต่เวลาเล่นสื่อมีเดีย อินเตอร์เนตเห็นเขาโพสแต่คำด่า คำหยาบคาย ทำตัวเหมือนกับว่าเขาไม่เคยเรียนเรื่องพระคริสต์มาเลย ด่าออกอากาศ โพสด่าคนคิดต่างเรื่องการเมือง อย่างหยาบคายไร้รัก บ้างก็เลียเจ้าจนไม่ลืมหูลืมตา บ้างก็รักสี รักพวกพ้อง เอาตัวไปฟังความข้างเดียว แล้วก็ด่าเขาไปทั่ว ผู้เชื่อที่ทำตัวอย่างแบบนี้ช่างน่าสมเพชจริงๆ
ถ้าใครพบเห็นคนประเภทนี้ ขอท่านอย่าไปถือสาว่าผู้เชื่อพระคริสต์เป็นแบบนี้ไปหมดนะครับ ให้ท่านทราบได้เลยว่า คนที่เชื่อพระเจ้าแล้วยังทำตัวแสบๆ เที่ยวด่า เที่ยวตัดสิน เที่ยวแช่งสาปคนอื่นๆ ที่คิดต่างแบบนี้ ขอท่านเข้าใจเถอะว่า คนพวกนี้เขาเป็นแต่ศาสนิกที่ถือศาสนาแต่เปลือกนอกเท่านั้น พระเจ้ายังไม่ได้ครอบครองใจของเขาหรอก เขาจะยอมพระเจ้าเฉพาะเช้าวันอาทิตย์ ตอนเขาไปไหว้พระเจ้าเท่านั้น
ผมมีเรื่องเล่าให้ฟังเพื่อให้ท่านเข้าใจกระจ่างมากขึ้นว่า คนมีแสงสว่างในตัวนั้นเป็นอย่างไร
วันหนึ่งผมได้ไปสามัคคีธรรม(นั่งพูดคุยกัน และร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า) กับพี่น้อง นักประกาศเรื่องพระคริสต์อีกคู่หนึ่ง เป็นสามีภรรยาหนุ่มสาว และมีเพื่อนของเขาที่มาเยี่ยมเขานั่งอยู่ด้วยในวงสนทนา
เพือนคนนี้ที่นั่งร่วมวงสนทานก็กำลังพยายามประกาศเหมือนกัน แต่ไม่ได้ผลเลยแม้แต่กับภรรยาของตัวเองก็ยังไม่เชื่อฟังเขาเลย วันนั้นเราคุยกันหลายหัวข้อ พอมาถึงเรื่องการประกาศ เพื่อนของเขาก็ซักถามผมใหญ่เลย เรื่องการเกิดผล เรื่องการนำคนมาเชื่อ เรื่องการนำคนมารอด เขาอยากเกิดผล เขาอยากจะพาคนมาเชื่อพระเจ้าเยอะๆ เหมือนเพื่อนนักประกาศ เหมือนคนอื่นๆ แต่เขาทำไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียวทั้งๆที่เป็นผู้เชื่อมาตั้งหลายปี
เขาก็ถามว่าผมว่า "ทำไมผมจึงไม่เกิดผลเลย ทั้งที่พยายามมานาน"
ผมยังไม่ทันได้ตอบ เพื่อนของเขาซึ่งเป็นผู้รับใช้ที่ นำเขามาเชื่อพระเจ้าตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ตอนนี้ก็มีภรรยามีลูกแล้ว แต่ยังไม่เกิดผลเลย เขารู้ว่าที่เพื่อนเขาเป็นแขนงไร้ผลเพราะอะไร
เพื่อนของเขาที่เป็นพี่เลี้ยงฝ่ายจิตวิญญาณตอบไว้อย่างน่าฟังว่า
"ไม่ต้องแปลกใจหรอก เพราะตัวเธอเองยังไม่รู้จักบังคับตนเองดีพอ
เดี๋ยวก็เหวี่ยง เดี๋ยวก็ท้อ เดี๋ยวก็โมโห แล้วใครจะเชื่อสิ่งที่เธอพยายามประกาศบอกว่าพระเจ้าดี พระเจ้าเปลี่ยนชีวิตได้"
" เพราะแสงสว่างในตัวเธอมันมีน้อยเกินไปหรือเปล่าจึงส่องทางให้ใครไม่ได้"
น่าคิดไหมครับพี่น้อง
ถ้าหากท่านเป็นผู้โดยสารที่ฉลาด ท่านจะต้องนั่งรถยนต์รับจ้างเพื่อออกเดินทางไกลเสมอ ถ้าท่านต้องเดินทางไกลๆ เป็นหลายร้อยกิโลเมตร ท่านจะเลือกเช่า หรือจ้างคนขับรถแบบไหน ท่านจะเลือกคนขับรถที่ขับรถเร็ว ขับรถประมาท ขับรถกินเลนคนอื่น บีบแตรไล่รถคันอื่น เปิดเพลงเสียงดังไปตลอดทาง ขับรถเหวี่ยงซ้าย เหวี่ยงขวา บางทีก็เบรคกระทันหัน บางวันก็ด่าคำหยาบใส่คนขับรถคันอื่นที่อยู่ข้างหน้าเพราะเขาขับกินเลน หรือขับเลนขวาแต่ขับช้าๆ หรือไม่
เป็นไปได้ไหมว่าคนขับรถนิสัยแบบนี้พวกเขาขาดการอบรม ขาดใครสักคนที่เป็นมืออาชีพมาสอนเขา เขาจึงไม่รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรที่ควรทำ แม้จะรู้ว่าอะไรไม่ดีแต่ก็ยังฝืนทำอยู่ แน่ทีเดียวเขาเป็นพวกที่ไม่เหมาะที่จะเป็นคนขับรถแต่อาจจะเหมาะสำหรับการเป็นนักมวย นักสู้บนเวทีมวยมากกว่า
ฉันใดก็ฉันนั้นการเข้าถือพระเจ้า คงไม่มีใครอยากมาถือแน่ถ้าผู้เชื่อพระเจ้ายังทำตัวเหมือนกับคนขับรถนิสัยเถื่อนๆ ไม่มีจริยธรรม ไม่มีมาตรฐานวิชา เพราะไม่ได้รับการอบรม ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ
ขอพระเจ้าเมตตาให้ท่านทั้งหลายเป็นผู้ที่ยอมถ่อมใจรับคำสอน แล้วท่านจะได้รับการเปลี่ยนแปลงและจะมีแสงสว่างในตัว แล้วท่านจะเกิดผลนำคนมารอดอย่างแน่นอน
ขอพระเจ้าอวยพระพร
#ชาโลม
HOME
Original Message from Rice Mu, March 4, 2014
"บทเรียนจากไข่ไก่" A lesson from hatching eggs
๐ ไก่ออกจากไข่๐
ก่อนที่จะเป็นไข่จะออกจากไข่ต้องมีการฝักตัว ต้องมีการฝักโดยแม่ไก่ หรือเครื่องฝักเป็นเวลาประมาณ 21 วัน แม่ไก่จะกกไข่ได้อัตราเกิดและเติบโตดีอยู่ที่ 12 ฟองต่อแม่ไก่หนึ่งตัว ไข่ที่ฟักจะให้ลูกไก่เกิดออกมาได้นั้น ลูกไก่ต้องจิกเปลือกไข่ออกจากไข่เอง หากมีคนช่วยทำให้ไวขึ้น ลูกไก่ที่เกิดออกมาจะมีอัตรการรอดที่ต่ำ เพราะจะไม่แข็งแรงและจะตายลงในไม่ช้า
๐ค่านิยมสองแนว๐ Reasons to failure
ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของชีวิต
โลกสอนว่า "จงให้เรามุ่งหาความรู้ให้มากๆ
หรือยิ่งมากกว่าใครยิ่งดี
ให้เราแสวงหาปัญญา
และเลือกดำเนินชีวิตตามปรัชญาชีวิตต่างๆนานา และศาสตร์แห่งศิลป์ทั้งหลาย"
อยากจะอ๊วกก็เชิญ Don't close your mind to try new things
ลูกชายคนเล็ก ส่งลิงค์คำเทศนาทางยูทูปส์ ของนักเทศน์ระดับโลกคนหนึ่งที่สอนเป็นภาษาอังกฤษมาแบ่งปันให้ผมลองฟังดู แต่ผมไม่มีเวลาดู ก็เลยปล่อยไว้ก่อน
ผ่านไปหลายวันแล้ว วันนี้ผมเลิกงานบ่ายโมงกว่า เพราะจะสิ้นปีที่ทำงานจัดงานส่งท้ายและปล่อยกลับบ้านเร็วกว่าปกติ ผมก็มาเปิดดูเมสเสทของลูกชายคนเล็ก
พอเปิดลิงค์ดูยูทูปส์ พอเห็นหน้าคนเทศนาปุ่ม ผมก็ต้องร้องอ๋อ นายนี่หรือ
เหนื่อยเปล่า Are you discouraged?
๐ เหนื่อยเปล่า ๐
ทางสู่ความหลุดพ้นที่แท้จริงอยู่ที่ไหน
ถ้าใครไม่อยากได้รับความรู้สึกเหนื่อยเปล่า เนื่องจากความคาดหวังไม่เป็นดั่งหวัง เขาลงแรง ลงเงิน ใช้เวลาทุ่มเทพยายามไปเยอะ ทั้งเหนื่อย ทั้งล้ามากมายแต่ผลสุดท้ายกลับไม่ได้อะไร ทำงานแล้วไม่คุ้มค่าการลงทุน ทำอะไรก็เหนื่อยเปล่า เสียจิต เสียอารมณ์ สุขภาพแย่ มิตรภาพเสื่อม
เรามีข้อคิดดีๆ อยากแบ่งปัน
วิธีเผชิญความเสี่ยง Life is not what ever will be will be
ชีวิตมีความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงเสมอ
ท่านเตรียมพร้อมสำหรับความเสี่ยงในชีวิตไว้บ้างหรือยัง
คนอาจจะหนีจากความจริงได้ชั่วคราวแต่หนีบาป หนีทุกข์ไม่พ้น เราอาจจะหนีปัญหาได้แต่หนีความตายไปไม่พ้น แล้วจะทำอย่างไรดี คนบางคนอาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกตัวเอง หนีความจริงไม่ได้
ในชีวิตของคนเรานี้แม้มีความน่าจะเป็นว่าชีวิตของเราจะสุขสบาย เรากำลังมั่นคงดีแล้ว ทุกอย่างกำลังไปได้ดี ชีวิตดูราบรื่น ดูเหมือนกำลังจะรุ่ง ทุกอย่างกำลังไปได้ดี แต่ไม่แน่ว่าความโชคร้าย ความเจ็บป่วย อุบัติภัย เคราะห์กรรมจะมาถึงเราเมื่อไร เมื่อใดที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นท่านมีวิธีการแก้ไขอย่างไร ท่านได้เตรียมตัวไว้บ้างหรือไม่ สำหรับมหันตภัยแห่งชีวิตที่อาจจะเกิดขึ้นในชีวิตของมนุษย์
ปลดปล่อยจากคลื่นแห่งอารมณ์ Deliverance of Emotional extreme
=คลื่นแห่งอารมณ์=
ในร่างกายของเรามีพลังมากมายซ่อนอยู่ บางคนอาจไม่เคยสังเกตเลยว่า ทำไมบางวันเราถึงกระดี้กระด๊า ยิ้มแย้ม ร่าเริงแจ่มใจ บางวันหดหู่ ท้อแท้ เครียด ปวดหัว ปวดท้องแต่เช้า ไม่คิดอยากทำอะไรเลย
เป็นไปได้ไหมว่า เราได้รับเอาหรือ ปลดปล่อยสารบางอย่างเข้า-ออก ชีวิตตลอดทุกๆ วัน อาหารบางอย่างที่กินเข้าไปในร่างกายมีผลทำให้ร่างกายเกิดปฏิกริยาตอบสนองบางอย่าง ทำให้เกิดอาการทางกาย ทางจิตและสุขภาพบางอย่างได้ แต่สิ่งที่เรากินเข้าไปอาจมีผลต่อสภาวะของอารมณ์ จิตใจไม่นานนัก หากไม่บริโภคต่อเนื่องในปริมาณมากเกินไป
พระเยซูคือผู้ใด Who Is Jesus Christ
พระเยซูคริสต์ คือผู้ใด
Who Is Jesus Christ?
พี่น้องที่รัก ท่านคงเคยได้ยินชื่อเสียงของพระเยซูมาบ้าง แต่ท่านอาจยังไม่รู้แน่ชัดว่าพระองค์คือใคร ทำไมมนุษย์จึงมีความจำเป็นต้องรู้จักพระองค์ด้วย ถ้าใครได้ได้ไม่รู้จักพระเยซู เขาคนนั้นจะต้องเสียใจยิ่งกว่าพลาดโอกาสครั้งสำคัญใดๆ ในชีวิตอย่างแน่นอน ทำไมคนมากมายชอบทำอะไรบ้าๆ เพื่อให้คนอื่นได้รู้จักพระเยซู คนต่างชาติหลายชาติละทิ้งบ้านเรือน และถิ่นฐานเพื่อมาประกาศเรื่องพระเยซูในประเทศไทย บ้างมาแล้วลูกเมียตาย ตัวเองก็ลำบาก บางคนยอมตายเพื่อความเชื่อในพระเยซู บางคนถูกพ่อแม่ วงศ์ตระกูลตัดขาดเพราะรับเชื่อพระเยซู ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ทำไม ทำไม และทำไม
หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่แสวงหาความจริง เชื่อในสัจจะ ลองเปิดใจสักนิด บทความนี้กำลังพยายามเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระเยซูอย่างง่ายๆ สั้นๆ ย่อ ๆ ในมุมมองของผู้เชื่อคนหนึ่งที่ได้สัมผัสกับความรักของพระเยซูคริสต์เจ้า ผมอยากจะเล่าว่าพระเยซูเป็นผู้ใดอย่างง่ายๆ ตรงประเด็นพอสังเขปเพื่ออธิบายให้ท่านผู้อ่านเข้าใจง่ายๆ ว่า ทำไมต้องเป็นพระเยซูคริสต์
สร้างค่านิยมสวนกระแสกันหน่อยดีไหม Going against but Reverse not Adverse
Y ค่านิยมสวนกระแส? y
เห็นเขาเห่อ ผมไม่ขอเห่อตามเขา
เห็นเขาเมา ผมจงใจเลิกเมามาแล้วตั้งนาน
เห็นเขาบ้างาน ทำมันเจ็ดวันไม่หยุด ผมขอหยุดพักผ่อนบ้างวันอาทิตย์(เพื่อสุขภาพที่ดีในปั้นปลาย)
เห็นเขาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ ผมไม่คิดไหว้ตามให้เกิดทุกข์
เห็นเขาสนุกกับบาป ผมขอสาป ไม่เคลิ้มตามเขา
เห็นเขากินอาหารเสริม ผมไม่เหลิมหลงกินตามเขา
เห็นเขาเมาหาเงิน ผมไม่เพลินเดินตามมันนี่
เห็นเขาชอบของฟรี ผมไม่ยินดีเอออวย
เห็นเขาซื้อหวย ผมไม่สนโพยบอกใบ้ได้หลายปีแล้ ว
H ถ้าสิ่งเหล่านั้นมันขัดแย้งกับค วามเชื่อตามหลักพระวจนะของพระเจ ้าที่ผมยึดถือH
เห็นเขาเห่อ ผมไม่ขอเห่อตามเขา
เห็นเขาเมา ผมจงใจเลิกเมามาแล้วตั้งนาน
เห็นเขาบ้างาน ทำมันเจ็ดวันไม่หยุด ผมขอหยุดพักผ่อนบ้างวันอาทิตย์(เพื่อสุขภาพที่ดีในปั้นปลาย)
เห็นเขาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ ผมไม่คิดไหว้ตามให้เกิดทุกข์
เห็นเขาสนุกกับบาป ผมขอสาป ไม่เคลิ้มตามเขา
เห็นเขากินอาหารเสริม ผมไม่เหลิมหลงกินตามเขา
เห็นเขาเมาหาเงิน ผมไม่เพลินเดินตามมันนี่
เห็นเขาชอบของฟรี ผมไม่ยินดีเอออวย
เห็นเขาซื้อหวย ผมไม่สนโพยบอกใบ้ได้หลายปีแล้
H ถ้าสิ่งเหล่านั้นมันขัดแย้งกับค
ถึงเวลาหรือยัง ต้องรอถึงปีไหน Why wait so long
"ถึงเวลาหรือยัง"
เมื่อไหร่หนอ ไก่จะออกจากไข่เสียที
กว่าทารกจะกลายเป็นหนุ่มสาวคนทำ งาน
กว่าสมาชิกจะกลายเป็นสาวกพระคริ สต์
ต้องเรียนพระคัมภีร์กันไปอีกกี่ ปี
ต้องเรียนอีกเยอะไหม
ถึงเวลาหรือยังจ๊ะ จะให้คนบาปต้องรออีกนานไหม
กว่าคริสเตียนไทยจะไปบอกเขาเรื่ องความรอด
รู้จักพระคัมภีร์ไบเบิ้ล Know your Bilble
การที่ผู้เชื่อเริ่มได้รู้จักพระคริสต์ ย่อมต้องได้รับการสั่งสอนและต้องเรียนรู้อีกมาก คงไม่เหมือนการนับถือผีที่ผู้ไหว้ผีไม่ต้องเรียนรู้อะไร จะทำอะไรก็มีหมอผี หรืออาจารย์ช่วยทำให้ แต่ไม่ใช่เช่นนั้นผุ้เชื่อพระคริสต์ จำเป็นต้องเรียนรู้และศึกษามากมายตลอดชีวิต สิ่งหนึ่งที่คริสเตียนผู้เชื่อพระเจ้าขาดไม่ได้คือ การศึกษาพระคัมภีร์ หรือพระวจนะของพระเจ้า
บทความนี้จะสอนย่อๆ ถึงวิธีการเรียนรู้พระคัมภีร์อย่างง่ายๆ
โปรดติดตามอ่านนะครับ
รู้จักพระคัมภีร์ (พระวจนะของพระเจ้า)
หนังสือในโลกมีมากมายแต่พระคัมภีร์ไม่เหมือนหนังสือเล่มอื่นใดในโลกเพราะพระคัมภีร์มาจากการลิขิตเป็นการเขียนด้วยการดลจิตดลใจจากพระเจ้า พระคัมภีร์เป็นสิทธิอำนาจจากพระเจ้า มีความน่าเชื่อถือ มีหลักฐานสนับสนุน ได้แก่
ระวังมะเร็งบาป Sin works like cancer
๐ การทำงานของความบาป ๐
แม้ว่าบาปจะเป็นนามธรรม แต่มันมีจริง มันทำงานอย่างเงียบๆ ภายในความคิด อารมณ์ และใต้จิตสำนึก ในวิญญาณของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ สิ่งโสโครกทางศีลธรรม หรือ ผู้นิยมบริโภคสิ่งปนเปื้อนทั้งหลาย โดยทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว
บาปเป็นเหมือน ขอเบ็ดตกปลาคมกริบที่หุ้มด้วยสิ่งที่มนุษย์บาปชอบใจ คือราคะ ตัณหา ความโลภ ความเกลียดชัง การผิดศีลธรรมทางเพศ และมโนสำนึกที่ดีทุกชนิด ผู้ถือคันเบ็ดบาปมีผู้ก่อการอยู่เบื้องหลังที่ไม่เปิดเผยตัว
ความน่าสลดใจสามประการ Three inconvenient truth about my faith
ความน่าสลดใจในศาสนาคริสต์ 3 ประการของผม (แค่เท่านี้ก็พอ)
ในประเทศไทย การจะได้มีโอกาสฟังเรื่องพระกิตติคุณความรอดด้วยการไถ่บาปจากพระคริสต์แล้วเกิดความเชื่อศรัทธา มาเชื่อถือพระเจ้านั้นเป็นการยากยิ่ง ดุจเป็นการค้นหาของมีค่าที่หายไปในมหาสมุทร ดังนั้น การจะเชื่อพระเจ้านั้นยากยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทร์
แต่การที่จะเติบโตกับพระเจ้ายังต้องฝ่าฟันอุปสรรค์ทางศาสนาไปอีกไม่รู้กี่อย่าง ไม่รู้กี่ปีกว่าจะได้พบความจริง บางคนไม่ค้นพบจนตาย แต่หลงเข้าใจว่า ตัวเองรอดแล้ว และทำดีที่สุดแล้ว
ผมมีข้อคิดสามประการจากประสบการณ์มาฝากมาเล่าให้ฟัง แม้ว่าจะเป็นความจริงที่หลายคนรู้เต็มอกแต่ไม่กล้าเล่า ไม่กล้าบอก หรือบางคนไม่อยากจะให้ใครรู้เลย เพราะอะไรลองคิดเอาเองนะครับ คือ
ในประเทศไทย การจะได้มีโอกาสฟังเรื่องพระกิตติคุณความรอดด้วยการไถ่บาปจากพระคริสต์แล้วเกิดความเชื่อศรัทธา มาเชื่อถือพระเจ้านั้นเป็นการยากยิ่ง ดุจเป็นการค้นหาของมีค่าที่หายไปในมหาสมุทร ดังนั้น การจะเชื่อพระเจ้านั้นยากยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทร์
แต่การที่จะเติบโตกับพระเจ้ายังต้องฝ่าฟันอุปสรรค์ทางศาสนาไปอีกไม่รู้กี่อย่าง ไม่รู้กี่ปีกว่าจะได้พบความจริง บางคนไม่ค้นพบจนตาย แต่หลงเข้าใจว่า ตัวเองรอดแล้ว และทำดีที่สุดแล้ว
ผมมีข้อคิดสามประการจากประสบการณ์มาฝากมาเล่าให้ฟัง แม้ว่าจะเป็นความจริงที่หลายคนรู้เต็มอกแต่ไม่กล้าเล่า ไม่กล้าบอก หรือบางคนไม่อยากจะให้ใครรู้เลย เพราะอะไรลองคิดเอาเองนะครับ คือ
โลกนี้คือละคร This world is like a stage
๒ Eph -โลกนี้คือละคร- ๘ ๙ ๑๐
โลกนี้เปรียบเป็นเช่นโรงละคร มนุษย์ก็คือตัวละครชีวิต แล้วแต่ว่าใครจะทำตัวอย่างไร จะเล่นบทไหน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


















