The most shocking deliverance การขับผีที่น่าตื่นตระหนกที่สุดแห่งปี

 ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ต้องขอพักการเขียนเรื่อง การรับฤทธิ์เดชตอนที่สี่ไว้ก่อน เพราะมีเรื่องใหม่เข้ามาจำนวนมากยังไม่มีเวลาเขียนถ่ายทอดเลย วันนี้ขอถ่ายทอดเรื่องล่าสุดที่น่าตื่นเต้นสำหรับลูกศิษย์ในทีมงานของผมมากที่สุดก่อนนะครับ


ในช่วงที่ผมฝึกวินัยฝ่ายวิญญาณนี้  พระเยซูเจ้าได้ให้ผมไปปลดปล่อยผู้คนหลายสิบคน คิดว่าแค่ช่วงนี้ช่วงเดียวอาจจะเกินสี่สิบคนแน่ๆ ผมได้ถ่ายวีดีโอคลิปไว้จำนวนมาก และจะทยอยนำขึ้นมาเขียนเป็นพยานถึงความยิ่งใหญ่แห่งฤทธิ์เดชในพระนามของพระนามพระเยซูเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่

เย็นวันพฤหัส ที่ ๙ ธันวาคม ค.ศ. ๒๐๑๐ ขณะที่ผมเพิ่งกลับจากการไปทำงาน ภรรยาขับรถยนต์มาแวะรับผมจากที่ทำงาน  วันนี้ผมรู้สึกเพลียนิดหน่อยเพราะอยู่ในช่วงการฝึกวินัยฝ่ายวิญญาณเกือบครบกำหนดแล้ว เพราะจะเหลือแค่อีก ๒ วัน  ขณะมาถึงบ้านประมาณหกโมงเย็น มาร์ค ขับมอร์ไซด์มาหาผมที่บ้านขณะผมกำลังจะขับรถออกไปส่งลูกชายไปทัศนศึกษาในภาคกลาง มาร์คบอกว่า ขออาจารย์ไปอธิษฐานเผื่อเพื่อนผมหน่อยเพราะเขามีอาการปวดท้องเป็นเวลากว่าหนึ่งปีมาแล้ว

ผมขอเรียกเธอว่ามารีย์ก็แล้วกัน

มารีย์ไปรับเชื่อที่คริสตจักรแห่งหนึ่งโดยการเชิญชวนของมาร์คโดยไปที่คริสตจักรแห่งหนึ่ง  ที่ทั้งใหญ่และรวย  แต่คริสตจักรแห่งนั้นไม่มีระบบดูแลช่วยเหลือผู้เชื่อใหม่ที่ดีพอ  มารีย์จึงออกไปนมัสการพระเจ้าร่วมกับคริสตจักรอีกแห่งหนึ่ง  แต่ก็ยังเป็นเหมือนเดิมคือไปพบกับโบสถ์ที่เป็นสถานธรรมของชาวคริสต์ที่ไม่ค่อยเข้าใจหรือเห็นความสำคัญของการปลดปล่อยจากวิญญาณเก่า  ไม่ค่อยมีการอธิษฐานเผื่อคนป่วยให้หายได้ในพระนามเยซูอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่มารีย์รับเชื่อพระเยซูคริสต์นานเป็นปี  แต่ก็ไม่ได้รับการปลดปล่อยใดๆ วันนี้มารีย์ถูกมาร์คชักชวนมาอีกครั้ง  เพื่อรับการอธิษฐานเผื่ออาการปวดท้องที่เป็นมานานของเธอ   และมารีย์อยากจะรับการปลดปล่อยจากความรู้สึกกลัวด้วย

ผมบอกให้มาร์คกลับไปรอที่สำนักงานของต้นก่อน อีก ๑๐ นาทีผมจะมา

หลังจากส่งลูกชายคนเล็กขึ้นรถทัวร์เสร็จผมก็กลับมา เราพบหญิงสาวคนหนึ่งรออยู่ที่สำนักงานของต้น พร้อมกับแฟนของต้น และมาร์ค์ด้วย มาร์ครายงานให้ผมทราบว่า มารีย์ (ผมขอเรียกเธออย่างนี้เพื่อไม่ให้เธอถูกเพื่อนๆ ล้อ แต่ผมได้ขออนุญาตนำเรื่องของเธอออกมาเผยแพร่เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับทุกคนที่เป็นผู้เชื่อที่จะก้าวไปสู่การเป็นผู้ปลดปล่อยของพระเยซูคริสต์เจ้า)

วันนี้มารีย์มาพบอาจารย์เพราะรู้สึกปวดท้อง และไม่มีสันติสุขและมีอาการหวาดผวา กลัว นอนกลางคืนต้องเปิดไฟนอนตลอดคืน ผมบอกกับมารีย์ว่า ถ้าต้องการปลดปล่อยนะ ต้องเปิดใจให้พระเยซูอย่างแท้จริง  มีปัญหาอะไร มีความเจ็บไข้อะไรก็ขอให้บอกให้พระเยซูทราบด้วยการอธิษฐานตามอย่างที่อาจารย์จะสอนนะ  มารีย์รับปากอย่างเขินๆ

ก่อนที่ผมจะเริ่มอธิษฐานปลดปล่อย ผมซักถามมารีย์ว่า...

"ได้รับบัพติสมาหรือยัง "

มารีย์บอกว่า

"ยังไม่ได้รับเลย"

ผมไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะผมทราบว่าการรับบัพติสมาทั่วไปของโบสถ์ต่างๆ เขาทำกันยังไง  หลายครั้งเขาต้องรวบรวมให้ได้ผู้เชื่อเยอะๆ เพื่่อทำทีเดียว  บางแห่งคนเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง เมื่อถึงอายุ และเวลากำหนดก็ให้รับเลย  ในพิธีจะมีการเชิญคนมาเป็นสักขีพยานและต้องมีอาจารย์ใหญ่ใส่ชุดครุยเป็นผู้ทำพิธีให้  ที่ลืมไม่ได้คือต้องถ่ายรูปไว้โชว์ผลงาน และเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยถึงจะเด็ด โอ มายก๊อด...

ผมต้องขอโทษนักการศาสนาสายอนุรักษ์ไว้ในที่นี้ด้วย เพราะผมไม่เน้นพิธีกรรม ไม่เน้นใส่ชุด ไม่เน้นขั้นตอน  ไม่ผูกไทด์ ไม่ใส่สูท ไม่เน้นระเบียบ ไม่เน้นพิธีการแต่ผมเน้นที่ "สาระ" มากกว่า ถ้าถามว่าผมมีชุดดีๆ ใส่ไหม ผมมีแน่ และผมชอบของแพงๆ ด้วย เพราะของดีย่อมมีราคาสูง แต่ผมไม่ชอบเป็นเหมือนวัวควายที่ผูกติดกับหลัก เดินวนเวียนอยู่รอบๆ หลักมัด  ความจริงก็คือ ผมไม่ต้องมีใครคอยกำหนดระเบียบที่บีบบังคับให้ปฎิบัติอย่างนั้นอย่างนี้ และนี่คือข้อดีของการเป็นผู้รับใช้ฆราวาท คือเรามีอาชีพ มีเงินพอเลี้ยงตัวเองได้ เมื่อถึงเวลาพระเจ้าเรียกให้เรามารับใช้ เราก็รับใช้คริสตจักรต่างๆ ตามของประทาน และเรารู้ว่าเราเป็นของคริสตจักรที่ต้องการก้าวไปข้างหน้าด้วยการประกาศ ขยายอาณาจักรของพระเจ้า ไม่ใช่อาณาจักรของคณะ หรืออาตมา

เวลาผมไปเทศนาให้เด็กๆ ฟัง ผมยังไม่เอาเสื้อเข้าในกางเกงด้วย แถบด้วยใส่เสื้อลายแบบคนบ้านนอก ลูกทุ่งๆ นักการศาสนาหัวโบราณ สายฟาริสีคงรับได้ยาก  ผมคงเป็นเหมือนนักเรียนที่ชอบเอาเสื้อออกนอกกางเกงนั่นแหละ  หลายคนคงเห็นผมในคลิป หลายๆ ครั้งผมชอบใส่เสื้อลายไปเทศนาด้วย แต่แปลกนะใส่เสื้อสีอะไรก็รับใช้พระเจ้าได้ดีทุกครั้ง เพราะผมรับใช้ด้วยสิ่งที่อยู่ภายในมากกว่า การทำท่าดูดีภายนอก

ขอบคุณพระเจ้าก่อนการไปเทศนา หรือออกไป เป็นพยาน และสำแดงถึงความศักดิ์สิทธิ และพระเดชานุภาพของพระนามพระเยซู  ผมเพียงแต่เตรียมตัวอธิษฐานอย่างหนัก ฝึกวินัยฝ่ายวิญญาณเป็นประจำ ท่องข้อพระธรรมเป็นนิสัย ผมท่องข้อพระธรรมได้เป็นร้อยข้อ ผมขอถ้วยคำแห่งฤทธิ์อำนาจจากถ้อยคำของพระเจ้า เมื่อถึงเวลาเทศนา  ผมลุกขึ้น  ก้าวไปข้างหน้าห้องประชุมด้วยความเชื่อว่าพระเยซูคริสต์อยู่ด้วย และการเจิมของพระวิญญาณบริสุทธิ์จะอยู่เหนือหัวของผมทุกครั้ง หลายครั้งผมไม่ชอบยืนเทศนาเป็นเสาไฟฟ้าที่โต๊ะธรรมมาสน์ด้วย เพราะอะไรหรือ ผมเคยบอกไปแล้ว ครูที่สอนเก่งๆ เขาเรียกว่า "ผู้ชำนาญการพิเศษ" กินเงินเดือนหลายหมื่นบาทยังไม่พอยังมีเงินประจำตำแหน่งแถบอีก ทั้งนี้เพราะเขายกย่องความสามารถของคนที่มีคุณลักษณะในการรับใช้ และคุณลักษณะที่ผู้รับใช้พระเจ้าทุกคนต้องมี คือความเชื่อว่าเราทุกคนสามารถทำการอัศจรรย์ในพระนามพระเยซูได้  ไม่ต้องไปสั่งให้พระเยซูทำ ให้เราทำในพระนามของพระองค์ได้เลย

ครูแบบนี้เขาเวลาสอนเขาจะมีเทคนิค ทักษะในการเรียกร้องความสนใจของผู้เรียนอยู่ตลอดเวลา และนั่นคือวิธีการที่ผมใช้เสมอมา และผมขอบอกว่า "มันเวิร์ค" คนที่เทศนาแล้วคนหลับผมคิดว่า คนคนนั้น คือพวกหลงตัวเอง และไม่ปรับปรุงการนำเสนอคำเทศนาของตัวเอง ควรกลับใจเสียใหม่ได้แล้ว เพราะคุณกำลังทำให้การเทศนาถ้อยคำของพระเจ้าที่น่าสนใจมากที่สุดกลายเป็น สิ่งน่าเบื่อ คุณทำให้ถ้อยคำที่มีฤทธิ์เอชเปลี่ยนแปลงชีวิตคน กลายเป็นยากล่อมประสาทให้คนนอนหลับ 

ผมเชื่อว่าพระเจ้าก็จะเมตตาทุกคนที่อุตส่าห์ชำระตนให้สะอาดเพื่อรับสิ่งประเสริฐจากเบื้องบน

"ถ้าผู้ใดชำระตัวให้พ้นจากสิ่งที่ไม่มีค่า เขาก็จะเป็นภาชนะที่มีค่า ซึ่งชำระให้บริสุทธิ์แล้ว เหมาะที่เจ้าของเรือนจะใช้ให้เป็นประโยชน์ พร้อมกับการดีทุกอย่าง (๒ ทิโมธี ๒:๒๑)

ผมอยากหนุนใจนักเทศน์ทุกรุ่นว่า ถ้าท่านยอมให้พระวจนะชำระท่าน และยอมถ่อมใจ ยอมสารภาพความผิดบาปทุกชนิด หันกลับจากความประพฤติและแรงจูงใจที่บาปหนาตามแบบนักการศาสนาหน้าซื่อๆ แต่ใจไม่ซื่อ ท่านจะเป็นคนหนึ่งที่พระเจ้าใช้เช่นกัน ประเทศแห่งไฟนี้ยังต้องการคนงานที่ยอมจำนนต่อพระเจ้าอีกมาก ผมเชื่อว่าพระเจ้าไม่เพียงต้องการให้คริสตจักรฟื้นฟูเท่านั้น แต่ต้องการให้ออกไปประกาศอย่างเกิดผลให้คนอีกมากมายหันกลับมาหา พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่อย่างสุดหัวใจ


ผมจะเล่าเรื่องการปลดปล่อยมารีย์ ต่อ...

ผมจึงบอกว่า "คืนนี้หลังจากที่อาจารย์อธิษฐานเผื่อเธอให้หายปวดท้องและรับการปลดปล่อยแล้ว อาจารย์จะพาเธอไปที่แม่น้ำนะ"

"อาจารย์จะให้บัพติสมาเธอ ให้เธอได้หลุดพ้นจากอำนาจของวิญญาณต่างๆ ที่รบกวนเธออยู่อย่างหมดสิ้นเลยดีไหม"

มารีย์รับปากผมอย่างว่าง่าย

สาเหตุที่ผมบอกกับมารีย์อย่างนี้  เพราะผมมีความเชื่อว่าไม่มีคำว่า"ไม่หาย" สำหรับผู้ที่มีความเชื่อในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า เพราะผมมีประสบการณ์กับพระเจ้าพอควร และเริ่มเกิดความเชื่อที่เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่มากขึ้นของอายุสมองและความเชื่อของผมที่พระเจ้าประทานให้

แม้มารีย์รับปากผมแต่โดยดี แต่ดูเหมือนเธอจะมีอาการกลัวๆ ผมอยู่บ้างเพราะบุคลิกของผม โพล่งพาง และผ่าซาก ตรงไปตรงมา กล้าได้กล้าเสีย ไม่กลัวคนไม่กลัวผี  แต่จริงใจ จริงจัง ทนรับการด่าได้ ผมมีความถ่อมใจและเชื่อฟังพระเยซูสุดหัวใจ อุปนิสัยแบบนี้ไม่มีใครเหมือนอยู่แล้ว  และนี้คือข้อดีและข้อเสียของผมที่พระเจ้าให้มา ผมเชื่อว่าคนเราต้องมีคนปากกล้า และกล้าเล่าความจริงแบบผมบ้างสังคมจะได้เจริญ ผมไม่สามารถจะยอมปรองดองกับความผิดได้ เวลาเทศนาผมไม่เคยออมชอบกับความบาป ผมจะไม่อธิษฐานวางมือคนที่เพียงแต่อยากหายป่วยและคาดหวังให้ผมเป็นผู้วิเศษรักษาเขาให้หายง่ายๆ โดยที่เขาไม่สำรวจตัวเอง ไม่ยอมฟังพระเจ้า

บางคนอยากหายป่วยแต่ไม่ยอมละทิ้งรูปเคารพและนิสัยบาป  ผมจะไม่วางมือส่งเดชให้ใครง่ายๆ และนี้คือความจริง ผมยอมหักไม่ยอมงอให้กับใครง่ายๆ เวลาผมเรียกคนให้มารับการอธิษฐาน หรือรับเชื่อผมก็ไม่เส้าซี้  ไม่มาคือไม่มา ไม่เอาอย่าเอา ถ้าผมอธิษฐานเสร็จ คนพวกที่ไม่มีความเชื่อ  มันเห็นคนอื่นหาย แล้วอยากหายบ้างแต่ตอนแรกไม่มา  เขาจะวิ่งเข้ามาขอให้อธิษฐานเวลาเลิก ผมจะไม่อธิษฐานให้ ผมจะบอกก่อนเลย ว่าถ้าผมอธิษฐานเสร็จคือจบ คุณอย่ามากวนใจ  สิ่งนี่คือสันดานของผมจริงๆ

เมื่อเราจัดที่นั่งให้กับมารีย์ และทำความเข้าใจเบื้องต้น เพื่อบอกสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับเธอขณะที่ผมอธิษฐานขอการปลดปล่อยในพระนามพระเยซูแล้ว  ผมไม่พูดอะไรมาก รีบนำมารีย์อธิษฐานเพื่อปลดปล่อยทันที  ขณะที่ผมให้เธอพูดคำอธิษฐานตามผม  ผมขอให้นุช ลูกศิษย์หญิงของผม ไปนั่งขนาบข้างมารีย์ทันทีเมื่อผมมองเห็นอาการของมารีย์เริ่มโอนเอน และดูเหมือนว่าวิญญาณต่างๆ กำลังจะเริ่มสำแดงเดช เพราะในเวลาไม่กี่นาทีข้างหน้าพวกมันทุกตัวตนต้องถูกขับออกด้วยฤทธิ์เดชแห่งพระนามพระเยซูอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น

และนี่คือบทเรียนสำหรับผู้ปลดปล่อย เราควรให้ผู้หญิงอยู่ในท่ามกลางการอธิษฐานเผื่อผู้หญิงเสมอ เพราะอาจมีข้อครหาหรือ ถูกวิญญาณศาสนา หรือพวกองค์กรสิทธิต่างๆ ฟ้องร้องได้ถ้าเกิดปัญหาเกี่ยวกับการละเมิดทางเพศ การกล่าวหาอาจเกิดขึ้นได้เพราะเรื่องวิญญาณอื่นที่สิ่งสู่ในพวกที่ชอบจับผิด มันอาจหาช่องในการทำลายเราได้

อย่างไรก็ตามเราก็ต้องอธิษฐานขอการปกป้องด้วยเลือดอันทรงฤทธิ์ของพระเยซูเจ้าไว้ก่อนทุกๆ ครั้ง เพราะเราต้องฉลาดพอที่จะป้องกันปัญหาไว้ก่อน  พวกเราพบว่า คนป่วยผู้หญิงบางคนที่มีวิญญาณรบกวนเหล่านี้  บางคนอาจต่อสู้ดิ้นรน และไม่สามารถควบคุมได้ง่าย  การมีผู้หญิงอยู่ด้วยจะช่วยป้องกันปัญหาและเหตุไม่ดีที่อาจเกิดขึ้น  วิญญาณบางอย่างสำแดงอาการยั่วยวนทางเพศได้ด้วย  ผู้ปลดปล่อยทุกคนต้องพึงระวัง  เพราะเคยมีเหตุการณ์ผู้ปลดปล่อย มีการละเมิดทางเพศ หรือมีความสัมพันธ์ด้านชูสาวเกิดขึ้นหลายๆ ครั้งทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อีกประการหนึ่ง การที่จะอธิษฐานเผื่อการปลดปล่อย เราต้องเลือกสถานที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพราะการต่อสู้ต้องใช้พลัง ต้องอธิษฐานอย่างหนัก  ต้องใช้เวลานานพอควร แล้วแต่ว่าวิญญาณที่ทยอยกันขึ้นมาให้เราขับมันเป็นวิญญาณระดับใด  หากเป็นพวกวิญญาณดุร้ายและ เป็นวิญญาณระดับเทพ อาจต้องใช้เวลานาน เพื่อเราจะไม่รู้สึกเครียดเกินไปขณะปฎิบัติการ ห้องที่ใช้อาจต้องมีความเป็นส่วนตัวด้วย บางครั้งผู้รับการปลดปล่อยอาจรู้สึกเขินอาย และไม่อยากเข้ารับการบริการ เพราะกลัวคนเห็นอาการผีเข้าของเขา  การทำความเข้าใจและบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นสิ่งที่ควรปฎิบัติก่อนการลงมือขับวิญญาณทุกครั้ง

การทำสงครามฝ่ายจิตวิญญาณกับวิญญาณแห่งความมืดบางครั้งต้องใช้เวลานาน และอาจทำให้เกิดการเหนื่อยล้า เพราะพวกเราแค่ไม่กี่คนต้องต่อสู้กับพวกวิญญาณร้ายเป็นสิบๆ ตัว  บางตัวทนต่อการทรมาน บางตัวเป็นเหมือนกองทัพหน้าที่ถูกกำหนดให้มาทำให้ทีมเราเมื่อยล้ากับมันโดยเฉพาะ  จากการศึกษาและประสบการณ์เราพบว่า วิญญาณหัวหน้าใหญ่มักจะหลบซ่อนอยู่ภายในลึกเข้าไปอีกในจิตของคน  นักปลดปล่อยด้อยประสบการณ์ หรือมือใหม่ ๆ ขับผีออกไปแค่ตัวเดียวหรือสองตัว ไม่เอ๊ะใจนึกว่าตัวเองแน่  ความจริงตัวเอ้ หรือเจ้านายใหญ่ยังหลบซ่อนอยู่ภายใน ยังคอยบ่อนทำลายชีวิต จิตใจ อารมณ์ของผู้ที่มันสิงสู่ต่อไป จนเจ็บป่วยร่างกายทรุดโทรมรักษาได้ยากเย็นแสนเข็ญ ดังนั้นจึงต้องมีการรีเช็คด้วย

ขณะที่เริ่มอธิษฐาน  ผมเห็นมารีย์เริ่มอ๊วกบางสิ่งออกมา ต้นรีบวิ่งไปเอาถุงหิ้วมารองรับน้ำเมือกน้ำลาย
ที่ออกมาจากปากขณะที่วิญญาณทยอยกันออกมาจากปากของมารีย์  วันนี้ผมรู้สึกว่าผมต้องการทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อเป็นการสาธิตให้ลูกศิษย์ดู และสามารถนำไปเป็นบทเรียนสำหรับลูกศิษย์ลูกหาอีกมากมายจะได้รู้จักว่าวิญญาณต่างๆ ว่ามันมีชื่ออะไรบ้าง และฟังชั่นของมันคืออะไร  สิงอยู่ที่ไหน เข้ามาได้อย่างไร แท้ที่จริงผมพอทราบบ้างแล้วว่าวิญญาณต่างๆ ที่มีอยู่ในเมืองไทยมันมีอะไรมาบ้าง  แต่เรื่องนี้ว่าไปก็เป็นสิ่งที่เข้าใจยาก และอาจเป็นถึงขั้น "รับไม่ได้" สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้

ผมต้องบอกกล่าวสำหรับคนที่อ้างตัวว่าเป็นคริสเตียนที่อาจอยู่ในความเชื่อแบบคริสต์มานาน แต่ที่โบสถ์ของท่านไม่มีกิจกรรมแบบนี้  บางคนไม่เคยพบประสบการณ์ทางด้านนี้ เพราะสิ่งที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้มันเกี่ยวกับเรื่องผีและวิญญาณร้ายที่แอบแฝงมาสิงสู่อยู่ในคนปกติ  คนถูกวิญญาณครอบงำอาจไม่แสดงอาการผีเข้าอะไรเลย เป็นอยู่ปกติ กิน นอน เรียน ทำอะไรเหมือนคนปกติทุกอย่าง แต่ไม่มีสันติสุขในชีวิต หวาดกลัว  สุขภาพย่ำแย่ เมื่อเราอธิษฐานคนดีๆ กลับกลายเป็นคนอื่น  สำแดงอาการเหมือนมีวิญญาณชนิดต่างๆ ครอบงำอยู่ และสิ่งนี้คือพันธกิจของเราผู้เชื่อในพระคริสต์ที่ต้องเรียนรู้ และแบ่งปันซึ่งกันและกัน

รายชื่อผีหลายตัวที่เราพบในวันนี้  มันอาจไม่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ บางตัวเป็นผีท้องถิ่นไทย เป็นผีประจำที่  เป็นเจ้าที่เจ้าทาง  ผีบรรพบุรุธ  และวิญญาณที่สิงสู่ในรูปเคารพ  แล้วคนที่ชอบอ้างพระคัมภีร์อาจจะต่อต้านเอาได้  แต่อย่างไรก็ตาม ผมคงไม่สามารถบอกชื่อต่างๆ ของวิญญาณเหล่านี้ในที่นี้ได้ทั้งหมด แต่ผมจะบอกและสอนให้ลึกซึ้งกว่านี้สำหรับลูกศิษย์ของผมเท่านั้น การสอนของผมไม่เน้นทฤษฎีแต่ผมจะพาทำ  เดินสาย  ออกไปปลดปล่อยชาวบ้าน ทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อพระเยซู เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ ผู้เชื่อรุ่นใหม่ ที่วางมือรักษาโรคได้ ขับผีได้ ปลดปล่อยคนจากการผูกมัดของพฤติกรรมเลวร้ายต่างๆ ได้

ทีมของเราได้เห็นการอัศจรรย์มากมายในปีนี้ และครั้งนี้เป็นอะไรที่น่าตระหนกที่สุดครั้งหนึ่ง ผมไม่ลืมที่จะบอกให้ต้นเอาสมุดมาจดรายชื่อวิญญาณที่มันสารภาพ และบอกชื่อของมันแก่เราออกมาต่อหน้าเราทีละตัวๆ  เพราะพอเรานับถึงตัวที่ห้าแล้วมันยังไม่ยอมหมด ผมจึงนึกได้ว่าถ้ามีมากกว่านี้คงจำไม่ไหวแน่ (ภายหลังเรามานั่งนับดูจากรายการที่ต้นจดไว้ และทบทวนจากวีดีโอและ คลิปเสียงที่เราอัดไว้ในมือถือ Nokia ของผมเราจึงรู้ว่าพวกมันมีจำนวนเท่าใด)

เหล่าวิญญาณแห่งความมืดที่ถูกขับดันออกมาในครั้งนี้  ผมคิดว่ามันคงรวมถึงผีต่างๆ เกือบทุกชนิดที่คนไทย คนลาว คนแขก คนอินเดียกราบไหว้บูชามันก็เป็นได้ ผมไม่สามารถบอกรายละเอียดได้จริงๆ  เพราะมันเป็นข้อมูลที่อะเอียดอ่อนและอ่อนไหวต่อความเข้าใจ  ความรู้สึก ความเคารพศรัทธาของคนที่ยังไม่ได้ต้อนรับพระเยซูเป็นพระเจ้าส่วนตัวอีกเป็นจำนวนมาก  ผมบอกได้แต่เพียงว่า เจ้านายใหญ่ตัวสุดท้าย คือตัวที่ ๕๗ เมื่อเราใช้เวลาในการขับ ๒ ชั่วโมงกว่าจนมาพบตัวสุดท้ายนี้  ที่เรารู้เพราะเราบังคับให้ตัวที่ ๕๖ บอกให้เราทราบว่า ตัวบอสคือใคร   มัน(วิญญาณตัวที่ ๕๖) ลังเลและบ่ายเบี่ยงอยู่นาน  แต่เมื่อถูกเราทรมานด้วยไฟของพระเจ้ามันก็ยอมบอกให้เราทราบแบบพลัังปากบอกเรา  เพราะทนเจ็บไม่ไหว

วิญญาณที่พวกเราสี่คนช่วยกันอธิษฐานขับนี้ คนทั่วไปถือว่ามันเป็นเจ้าระดับเทพ คนไม่เชื่อพระเยซูถือว่าเป็นเจ้าที่ใหญ่มาก คนถือว่ามันเป็นผู้สร้างสรรค์สรรพสิ่งด้วยซ้ำ แต่สำหรับนักปลดปล่อย วิญญาณร้ายเหล่านี้ไม่ว่ามันจะมาด้วยชื่ออะไร ใหญ่แค่ไหน แท้ที่จริงแล้วมันคือผู้แพ้ ผู้หลอกลวง เป็นนักโทษประหารที่พระเจ้าพิพากษาลงโทษแล้ว แต่ยังสามารถเผ่นพ่านไปมาบนโลกได้ เพราะมันยังอยู่ในช่วงประกันตัว  ถ้าพระเยซูกลับมายังโลกครั้งที่สองเมื่อไหร่  เวลาแห่งการล่อลวงมนุษย์ของมันและสมุนทุกตัวก็จะหมดทันที ดังนั้นด้วยเหตุนี้มันต้องยอมเชื่อฟังเราแต่โดยดีเพราะเราเป็นผู้ถือสิทธิอำนาจแห่งผุ้เชื่อในพระนามอันทรงฤทธิ์ของพระเยซูชาวนาซาเร็ธ  วิญญาณร้ายทุกตัวที่เราตรวจพบต้องอพยพตัวเองลูกสมุนออกไปทุกตัว  จำเป็นต้องออกไปจากการยึดครองวิญญาณ ร่างกายและความคิดของมารีย์  เราไม่ลืมสั่งห้ามไม่ให้กลับมาอีกด้วย

วิญญาณที่คนเชื่อถือ  นับถือและยกย่องให้เป็นเจ้าระดับเทพตัวนี้มักจะมีที่ตั้งอยู่ตามสถาบันอาชีวะหรือเทคโนโลยีต่างๆ จากการสอบถามมารีย์ในภายหลัง เธอบอกว่าพวกรุ่นพี่เคยเอานักเรียนปีหนึ่งไปกราบไหว้บูชามัน ในขณะที่มารีย์อยู่ปีหนึ่งก็ได้จำยอมกราบไหว้มันมาแล้ว  ในขณะที่เราทำการขับมัน  มันได้บอกว่าที่มันมีสิทธิ์อยู่ในร่างกายของมารีย์เพราะเธอได้ไปกราบไหว้มัน  ภายหลังจากการเสร็จสิ้นภารกิจการปลดปล่อยเราได้สอบถามมารีย์   เธอได้ยอมรับว่าได้กราบไหว้มันจริงๆ

ผมคิดว่าแท้จริงแล้ว จำนวนของวิญญญาณร้ายที่เราขับออกมา  น่าจะมีมากกว่าตัวที่ ๕๗ ด้วยซ้ำ แต่ผมเห็นว่าถ้าเอามันออกทีละตัวๆ  คงทำให้เสียเวลามากกว่านี้อีก อาจจะถึงเที่ยงคืน หรือกว่านั้น เพราะเราเริ่มปลดปล่อยตอน ๑ ทุ่มไปเสร็จเอาตอน ๔ ทุ่ม  และผมคิดว่าเป็นการเพียงพอแล้ว สำหรับลูกศิษย์ของผมที่ได้เรียนรู้การขับวิญญาณร้ายในครั้งนี้ ครั้งแล้วครั้งเล่า ผีแต่ละตัวเรียงหน้าทยอยกันออกมา รายงานตัวต่อเรา เพราะขณะที่พวกมันออกมา ผมสั่งให้มันทยอยออกมาทีละตัวๆ ผมซักถามว่ามันอยู่ที่ไหน ศาลของมันอยู่ไหน ที่ตั้งของมันอยู่ที่ไหน และมันหน้าที่อะไร  มันมีหน้าที่่ทำอะไร มันมากับใคร เจ้านายใหญ่มันคือใคร เราขับมันออกมาเรือยๆ จนเราขี้เกียจพูดคุยกับมัน ผมจึงสั่งการให้หัวหน้ามันออกมาคุยกับผมเพื่อผมจะได้ขับมันออกไปทีเดียวให้หมดทั้งโขยงเลย สุดท้ายมันก็ยอมขึ้นมาเพราะมันทนต่อความกดดันแห่งไฟแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าไม่ได้  ผมทั้งทรมานมันและขู่มันจนมายอมขึ้นมา

ตัวหัวหน้ามันนี้ เราเรียกมันในภาษาการปลดปล่อยว่า บอส BOSS ชื่อเหมือนในเกมคอมพิวเตอร์เลย มันทำท่าดุร้ายน่าดู ทำท่าขู่ พูดเสียงเหมือนกับมันใหญ่คับห้องและดื้อดึงมาก มันพูดออกมาว่า

"กูไม่ยอม"
"กูไม่ไป"
"มันเป็นของกู"
"มันกราบไหว้กูแล้ว"
"กูอยู่กับมันมานานแล้ว"

นอกจากนี้วิญญาณบางตัวยังบอกกับเราว่า

"ข้ารักมัน"
"พ่อแม่ของมันมอบมันให้กับข้าแล้ว"
"ข้าอยู่กับแม่ของมัน"
"ข้าอยู่กับปู่ของมัน"
"ข้าอยู่ครอบครัวนี้มานาน มันเชิญข้ามาเอง"
"ข้าอยู่ที่หลังบ้านของมัน"
"ข้าอยู่ที่หน้าห้องโถง"
"ข้าอยู่ที่ศาลใกล้บ้านของมัน"
"ข้าอยู่ที่หัวเตียงของมัน"
"ข้าอยู่ที่ต้นโพธิ์หน้าวัด"
"ข้าอยู่ที่ศาลเจ้าของชุมชน"
"ข้ามีหน้าที่กีดกันไม่ให้พวกมันพบกับแสงสว่าง"
"ข้ามีหน้าที่ให้มันลุ่มหลงในสิ่งต่างๆ"

ฯลฯ

โอ้โห...พี่น้องครับ  ใครขวัญไม่แข็งหากได้ยินเสียงวิญญาณที่ผมอนุญาตให้มันใช้เส้นเสียงของมารีย์พูดสื่อสารกับเราละก็  บางคนอาจนอนไม่หลับไปหลายคืนทีเดียว นี่คือความจริงไม่ใช่นิยายน้ำเน่า

ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ได้สอนและนำพาผู้คนจำนวนมากมายมาสู่พันธกิจของเรา เนื่องด้วยพระกรุณาคุณที่ยิ่งใหญ่แห่งการเปิดเผยสิ่งลับลึกนี้ ผมจึงมีประสบการณ์ในการจัดการกับวิญญาณร้ายมามากพอสมควร เพียงพอที่จะจัดการกับสงครามฝ่ายวิญญาณในครั้งนี้  ผมจึงสั่งการให้มันเชื่อฟังผมแต่โดยดี  ในงานนี้ผมยังสอนให้ลูกศิษย์ของผมรู้จักวิธีการเอาไฟของพระเจ้าเผามันอีกด้วย เราทรมานมัน ขู่มัน จนมันร้องโหยหวน จนจำใจต้องสละสิทธิ์ ถูกขับออกจากร่างกายของมารีย์ทีละตัวๆ เพื่อออกไปรายงานตัวต่อพระเยซูแต่โดยดี

เรื่องนี้ผมไม่สามารถให้รายละเอียดชื่อวิญญาณมากนัก พราะถ้าผมเล่าละเอียดมากกว่านี้ คนหลายคนที่ไม่เชื่อว่าผีมีจริง วิญญานร้ายมีจริง ฤทธิ์อำนาจการครอบงำของผีมีจริง รวมถึงคริสเตียนสายธรรมาจารย์คงด่าผมอย่างเสียหาย และสงสัยว่าผมมีเจตนายกก้นตัวเอง อ้างมีฤทธิ์มีเดชตั้งใจแหกตาคนหรือ หรือว่ามันเพี้ยน เป็นลัทธิเทียมเท็จ แต่ไม่ใช่แน่นอนครับ  เรื่องการขับผีผมเคยเขียนบทความมาแล้วว่า มันไม่ใช่ของประทานพิเศษอะไร แต่เป็นสิทธิอำนาจพื้นฐานของผู้เชื่อแท้ในพระเยซูคริสต์เจ้า เพียงแต่เรื่องนี้ไม่ค่อยมีสอนในสถาบันศาสนศาสตร์ทั่วไปเท่านั้น 

ผู้เชื่อมากมายถูกปิดบังตาไว้  ไม่รู้จักสิทธิอำนาจที่พระเจ้ามอบให้แก่ตน ใช้ไม่เป็น เหมือนมีคนเปิดบัญชีเงินในธนาคารแล้วทำบัตรเอทีเอ็มที่สามารถกดเอาเงินออกมาได้ให้เรา  แต่เราดันไม่รู้เลขรหัสของบัตรเอทีเอ็ม  มันจึงกดเอาเงินจากธนาคารไม่ได้  เรื่องนี้ถ้าได้ฝึก ได้เรียนรู้ ทุกคนสามารถทำได้ ลูกศิษย์ของผม อายุ สิบกว่า ยี่สิบกว่าขับผี และวางมือรักษาคนได้ทุกคน สิ่งนี้ต้องเรียนรู้จากผู้รู้  เหมือนการหัดว่ายน้ำที่ทุกคนสามารถว่ายน้ำเป็น   ถ้าได้ฝึกหัดจากผู้มีประสบการณ์ หลายคนคงเคยเห็นวีดีโอของนาย นิค โวจิซิค คนไม่มีแขน ไม่มีขา มีแต่ติ่งเล็กๆ ยาวประมาณ ๘ นิ้ว ที่ก้น เขายังสามารถว่ายน้ำได้เลย (ต้องการดูวีดีโอของเขากดลิงค์ที่นี่)

สำหรับความเชื่อของผมคือ ผู้มีความเชื่อแท้ทุกคนสามารถอธิษฐานรักษาคนป่วยและขับผีได้แน่นอน หากคนรู้จักสิทธิอำนาจฝ่ายวิญญาณที่พระเยซูมอบให้กับผู้เชื่อแท้ ได้รับการสอน การฝึกอบรม จะมีผู้เชื่อแท้อีกมากมายนำพระสิริของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ กลับคืนเข้ามาในคริสตจักร และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในโครงสร้างฝ่ายวิญญาณ และคริสตจักรจะเป็นคำตอบสำหรับผู้คนที่หิวกระหายพระเจ้า  เมื่อเขามาเชื่อพระเจ้าได้รับการปลดปล่อย มีสันติสุข ผู้คนจะเลิกเชื่อถือและกราบไหว้วิญญาณต่างๆ แน่นอน

ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวรายชื่อวิญญาณที่เราขับออกมาในครั้งนี้  ถ้าเขียนรายละเอียดมากไป อาจทำให้คนที่เขาหลงศรัทธาและกราบไหว้สิ่งเหล่านี้ท้อใจก็ได้ เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์รูปเคารพของวิญญาณเหล่านี้ มันทำหน้าที่ช่วยในการทำมาหาเลี้ยงชีพของคนไทย และคนที่ไม่รู้จักพระเยซูเขามีไว้ครอบครองอยู่  แท้จริงสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่รูปเคารพ รุ่น "มึงสร้างกู" ที่มนุษย์หัวใสทำขายเท่านั้น 

แล้วสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นตามจินตนาการมันจะเป็นพระเจ้าได้อย่างไร ทำไมคนไม่คิดตรึกตรองด้วยปัญญาดูบ้าง คนเรามีศักดิ์ศรีสูงกว่าวิญญาณสัมปเวสีเหล่านี้ แต่ด้วยความกลัวและความไม่รู้ จึงทำให้หลงไปเชิญมันมาอยู่ด้วย ไปบูชามัน  ขอให้มันมาช่วยคุ้มครอง  ช่วยค้าขาย ช่วยให้มีที่พึ่งทางใจ  ให้มีอำนาจ มีเสน่ห์  ให้คนนิยม ให้เกิดความมั่นใจในการดำเนินชีวิต ให้รู้สึกว่ามีผู้พิทักษ์  มีพลังพิเศษเหนือคนอื่นๆ แต่ผลสุดท้ายผู้ที่น้อมนอมต่อมันต้องเสียสุขภาพ ถูกครอบงำ เสียค่าใช้จ่ายซื้อเครื่องเซ่นไหว้ เครื่องบูชา และในที่สุดร่างกายและจิตใจถูกสิงสู่ด้วยวิญญาณร้ายนานาชนิด

บางคนป่วยรักษาไม่หายสักทีเสียเงินจนหมดตัว พอใกล้ตายวิญญาณร้ายเหล่านี้ยังออกจากคนตาย อาจวิ่งไปสิงสู่ลูกหลาน หรือคนที่มีจิตอ่อน คนที่ชอบทำบาป ทำชั่วเป็นรุ่นๆ ต่อไปอีกไม่รู้จบสิ้น  ดังนั้นหน้าที่ของผู้ปลดปล่อยคือขับมันออกและให้มันไปรายงานตัวต่อพระเยซู

ในเรื่องขับผีออกแล้วสั่งให้มันไปไหนดี นี่ผมเคยคุยกับอาจารย์ประเสริฐ สุขาวดี (ขออนุญาตที่เอ่ยนามอาจารยใหญ่ท่านหนึ่งในวงการนักปลดปล่อย ท่านทำมานานแล้ว แต่ผมเพิ่งทำได้ไม่นาน)

อาจารย์ประเสริฐเล่าให้ผมฟังว่า เวลาผีจะออกแล้ว ท่านสั่งให้มันไปอยู่ใต้ทะเลลึก  เออผมก็ไม่เหมือนท่าน ผมไม่รู้ว่าใต้ทะเลลึกมันอยู่ตรงไหน ผมก็บอกท่านว่า อาจารย์อย่าว่าผมนะ คือผมก็อ่านตำราฝรั่ง ผมก็เลยสั่งให้มันไปหาพระเยซูคริสต์ แล้วแต่พระองค์จะทำยังไงกับมันก็แล้วกัน เพราะผมก็ไม่รู้จะทำยังไง  เพราะผมขับผีด้วยความเชื่อ ผมเองไม่เคยเห็นผี แต่ทีมงานของผม คือลูกสาวและลูกศิษย์ของผม คือ ต้น และนุช เขาจะมีของประทานในการสังเกตวิญญาณและถ้อยคำแห่งความรู้ เราก็ช่วยกันในทีม  เพราะพระคัมภีร์ใน 1 โครินธ์ บทที่ 12 และ 14 ก็บอกว่า ของประทานมีไว้ต่างๆ กันเพื่อช่วยกันทำให้พระกายของพระคริสต์เจริญขึ้น ผมขอบคุณพระเจ้าที่ทีมของเราเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

เออ ผมก็ว่าดีนะ ผมไม่เห็นมันผมจะได้ไม่กลัวมัน เพราะผมเป็นแม่ทัพหน้า  มีปืนใหญ่มีการเจิม รู้วิธีขับผี แต่ผมเหมือนไม่มีที่เล็ง  มีคนเห็นผีช่วยบอกว่าเป็นผีอะไร อยู่กะใคร มากี่ตัว ก็เหมือนกับว่า พระเจ้าเมตตาเหมือนให้ผมมีกล้องอินฟาเรดมองเห็นในที่มืด เพื่อจะได้จัดการกับเหล่าปีศาจต่างๆ ที่สิงสู่ในคนได้ง่ายขึ้น  ขอบคุณพระเจ้า

เออ ผมเกือบลืมไป มีวิญญาณบางตัวที่มันรายงานชื่อและหน้าที่ของมันต่อเราขณะที่มันถูกขับออกมาทีละตัว จากตัวของมารีย์  ชื่อของมันทะแม่งๆ มาก แต่ดูเหมือนคุ้นๆ วิญญาณหลายตัวที่ออกมามีชื่อเอ่ยถึงในพระคัมภีร์ เช่น วิญญาณแห่งความกลัว, โกหก, เหอเหิม(หลงตัวเอง), หนักอึ้ง ฯลฯ ชื่อเหล่านี้บางตัวผมไม่เคยได้รับทราบหรือรับรู้ ว่ามีผู้ทำหนังสือตำราเกี่ยวกับการปลดปล่อยกล่าวถึง หรือเผยแพร่วิญญาณนี้เลย วิญญาณบางตัวมีชื่อว่าอย่างนี้

เช่น " นำโชค", "ไม่รู้จักพอ (โลภ), ฤษี (มันบอกว่ามันชอบอยู่ตามโรงนวด), ลัก-ยม, ความมืด, ชายชุดดำ (อยู่ในการ์ตูนโคนัน),  ริษยา, ตะกละ, เบื่อ, ขี้เกียจ, ทอง (กุมารทอง) นอกจากนี้มีอีกตัวที่ดูเหมือนมันจะมีอยู่มาก สำหรับคนที่ชอบไปทำไสยศาสตร์ หรือคนเจ้ายศเจ้าอย่าง มันมีชื่อว่า "พิธีกรรม"  อย่างไรก็ตามพี่น้องอย่าเชื่อตามที่ผมบอกทั้งหมด เพราะพระคัมภีร์สอนเราไว้ว่า จงรู้จักสังเกตวิญญาณ
(๑ คร.๑๒.๑๐) เพราะธรรมชาติของวิญญาณร้ายคือ การหลอกลวงและ การบิดเบือนความจริง ขอให้ท่านศึกษาค้นคว้า และฝึกปฏิบัติ ขอพระเจ้าเปิดเผย เพื่อเราจะไม่หลงกับดักของมาร เพราะเรารู้เล่ห์กลของมันแล้ว (๒ คร.๒.๑๑)

หลังจากที่เราเสร็จสิ้นภารกิจ  การปลดปล่อย ผมได้อธิษฐานขอเชิญพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าสูงสุดลงมาเยี่ยมเยียนมารีย์  เพราะเรารู้ว่าถ้าผีออกไป ไม่มีพระเจ้ามาอยู่ด้วย  บ้านก็จะว่าง  เดี่ยวอาจมีวิญญาณสัมปเวสีแอบเข้ามาสิงสู่ในบ้านหลังนี้อีกก็เป็นได้ (มัทธิว ๑๒.๔๒-๔๕)  เมื่อมารีย์ตื่นจากการพักผ่อนในการเจิมประมาณ ๑๕ นาที เธอลุกขึ้น  มีสีหน้าที่สดใสขึ้นมาก  รู้สึกเบาเนื้อเบาตัว และบอกกับเราว่า ขณะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์มาเยี่ยมเยียนเธอนั้น เธอได้เห็นแสงสว่างนวลที่ขาวสดใส  พุ่งมาที่ใบหน้าของเธอ  ทำให้เธอเกิดความสันติสุขและปลอดภัย นี่คือเครื่องหมายแสดงว่าการปลดปล่อยของเราในพระนามพระเยซูได้สำเร็จผลตามที่เราคาดหวังทุกอย่างแล้ว

หลังจากนี้ผมพร้อมด้วยลูกศิษย์ มีต้น มาร์ค นุช มาร์ช และทิว  เรานำมารีย์ไปรับบัพติสมาในแม่น้ำสำคัญทันที ตามแบบในพระคัมภีร์เปี้ยบ (กรณีขัณฑี และโคเนลิอัส กจ.บทที่ ๑๐) แต่พี่น้องคงอดหัวเราะไม่ได้ เพราะเราทำพิธีบัพติสมาในน้ำตอนสี่ทุ่มกว่าในหน้าหนาวนี้เลย

โอ้...อะไรจะขนาดนั้น ขอบคุณพระเจ้า การปฎิบัติของเรายังด้อยกว่าคริสเตียนใต้ดินของประเทศจีนที่ออกไปรับบัพติสมาในตอนเที่ยงคืนเสียอีก  ในขณะที่หิมะตกและอากาศหนาวเหน็บอย่างนั้น  พวกผู้เชื่อชาวจีนในเขตการปกครองที่ต่อต้านพระเยซู ต้องทำอย่างนี้เพราะถ้าไปกลางวัน พวกคอมมิวนิสมันเห็นเข้า  มันจะจับผู้เชื่อพระเยซูไปทรมาน หรือจับไปขังคุก หรือส่งไปค่ายกักกันแรงงาน บีบบังคับให้เลิกเชื่อพระเจ้าที่มองไม่เห็นตัวองค์นี้ คือ องค์พระเยซูเจ้า (แต่พี่น้องเชื่อเถอะ มีคนเห็นพระเยซูมากมายในนิมิตและความฝันของเขา)

เราไม่รอให้สอนความรู้เรื่องการบัพติสมาจนจบหลักสูตรให้เสร็จค่อยพาไปรับศีลบัพติสมาเพราะผมรู้ว่าพิธีนี้แท้จริง สาระของพิธีบัพติสมามีฤทธิ์อำนาจทางวิญญาณสูงมาก เพราะเมื่อขึ้นมาจากน้ำแล้วผู้รับพิธี
บัพติสมาในน้ำจะได้รับชีวิตเหมือนเป็นคนใหม่ในพระเยซูคริสต์ เหมือนตัวเก่าตายไปแล้ว ผีมันอยู่กับตัวเก่า พอขึ้นจากน้ำก็เป็นคนใหม่ ตัดความสัมพันธ์กับวิญญาณเก่าอย่างสิ้นเชิง  รับการเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยใหม่  เริ่มเรียนรู้วิถีชีวิตแห่งความรัก  ความเมตตา การอุทิศชีวิตเพื่อคนอื่น และพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าจะปกปักรักษาเขาให้พ้นจากวิญญาณร้ายทั้งปวงได้ พระเยซูได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์หลังจากที่รับบัพติสมาจากยอห์นในแม่น้ำจอแดน ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดแล้ว

พอพูดถึงเรื่องนี้ผมขอขยายความอีกนิด  เมื่อสองสัปดาห์ก่อนมีพี่น้องจากคริสตจักรแห่งหนึ่งได้พาลูกสาวที่ถูกวิญญาณร้ายรบกวน สิงสู่  มาให้เราอธิษฐานปลดปล่อย  เธอพาลูกไปรักษาที่โรงพยาบาลที่ภูเก็ต ด้วยมีอาการชัก พูดเพ้อเจ้อ ไม่รู้ตัว หมอให้ยาแก้ตามอาการแล้วไม่หาย พามาโรงพยาบาลในจังหวัด  รักษาตามอาการหมดไปเป็นหมื่นไม่หาย  หมอส่งไปโรงพยาบาลโรงจิตที่สวนปรุง  แต่ไม่หาย มาหาเราให้เราอธิษฐานเผื่อ สองสามครั้ง หายดีขึ้นแต่ยังไม่หมด ศิษยาภิบาลผู้มีประสบการณ์ของโบสถ์พาเขาไปลงบ่อบัพติสมา ตอนนี้อาการถูกวิญญาณรบกวนหายไปหมดแล้ว สรรเสริญพระเจ้าตอนนี้แม่ของเขากำลังมาเรียนรู้กับผม อีกหน่อยผมเชื่อว่า คริสตจักรของเขาจะมีอะไรเปลี่ยแปลงที่ดีแน่นอน

ผมขอนำเสนอวีดีโอคลิปบางส่วนนี้ เพื่อเป็นการยืนยันถึงฤทธิ์อำนาจในพระนามพระเยซูเจ้า  ว่ามีสิทธิอำนาจมากเพียงไร และเพื่อเสริมสร้างความเชื่อแก่พี่น้องคริสเตียนให้มั่นคงในความเชื่อกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้น เพราะพระเยซูมีจริง คนจึงหายป่วย หายจากการถูกวิญญาณรบกวน  ได้รับการปลดปล่อยเป็นไท

video


video
(วีดีทัศน์คลิปนี้ได้ถูกทำเอฟเฟกให้มืดเพื่อปกป้องสิทธิ์ของคุณมารีย์)

ขอพระเจ้าอวยพระพรผู้ที่พระเจ้านำพามาให้พบสัจจะ


"แล้วท่านทั้งหลายจะได้พบสัจจะ  และสัจจะ จะทำให้ท่านเป็นไท"
(พระธรรมยอห์น บทที่ ๘ ข้อ ๓๒)


พระเยซูคริสต์พูดว่าอย่างนี้

"ผู้ใดเชื่อและรับบัพติศมาแล้วผู้นั้นจะรอด แต่ผู้ใดไม่เชื่อจะต้องปรับโทษ 

- มีคนเชื่อที่ไหนหมายสำคัญเหล่านี้จะบังเกิดขึ้นที่นั้น

*** คือเขาจะขับผีออกโดยนามของเรา ***
- เขาจะพูดภาษาแปลกๆ (ภาษาที่ไม่เคยเรียนพูดมาก่อนแต่พูดออกมาแล้วตัวเองก็ยังไม่ค่อยรู้ความหมายด้วย)
- เขาจะจับงูได้  
- ถ้าเขากินยาพิษอย่างใดจะไม่เป็นอันตรายแก่เขา   
- และเขาจะวางมือบนคนไข้คนป่วยแล้วคนเหล่านั้นจะหายโรค” 
(พระธรรมมาระโก บทที่ ๑๖ ข้อ ๑๗-๑๘)

ขอหนุนใจพี่น้องคริสเตียนว่า ... 


****************************************************

จงมีความเชื่อในพระเจ้าเถิด

****************************

โปรดอ่านด้วยใช้วิจารณญาน เด็กอายุต่ำกว่า ๑๓ ปีไม่ควรชมภาพคลิป เพราะอาจเกิดความหวาดกลัว
คนที่ขวัญอ่อนไม่ควรรับชม คนที่ไม่มีความเชื่อเรื่องวิญญาณร้ายไม่ควรเปิดดู

๒โครินธิ์ ๒:๑๑
เพื่อไม่ให้ซาตานมีชัยเหนือเรา เพราะเรารู้กลอุบายของมันแล้ว

หนังสืออ่านเพิ่มเติม:

Defeating Dark Angels: Breaking Demonic Oppression in the Believers' Life by Charles H. Kraft (251 pages)

Deliverance from Evil Spirits, A practical mnual by Francis Mac Nutt (304 pages)

They Shall Expel DEMONS by Derek Prince (251 pages)

Healing Trough Deliverance by Peter Horrobbin  (561 Pages)

Websites:
 
Angels: http://www.evangelicaloutreach.org/angels.htm

Names of Demons in the bible: http://www.demonbuster.com/demonlist.html

Demons in the Bible :http://home.freeuk.net/snichp/resrc/demons.htm

13 Persons Possessed by demons in the Bible: http://hubpages.com/hub/13-Demon-Possessions-in-the-Bible


Deliverance manual : http://www.lakehamiltonbiblecamp.com/man/d-index.htm

Deliverance, Setting the captives free: http://www.lakehamiltonbiblecamp.com/man/d-index.htm

Authority in Jesus' Name: http://www.parentalguide.com/index.htm





HOME กลับไปหน้าแรกของบล็อค

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ12/10/2553

    ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ

You may post your comments here.
หากท่านมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมหรือเสนอแนะเชิญออกความเห็นได้
(กรุณาใช้ข้อความสุภาพ และสร้างสรรค์)