เรื่องของน้องตานี ข้อพิสูจน์คริสเตียนมีผีสิงได้?


Another spiritual battle with demonic agents

ผมได้รับคำหนุนใจจากพาสเตอร์ท่านหนึ่งบอกว่า คณะใหญ่ที่ผมอยากจะเสนอตัว นำทีมเข้าไปช่วยงานฟื้นฟูและการประกาศของเขา แต่ปรากฎว่า เขาไม่สามารถยอมรับแนวการปฏิบัติตามข้อเชื่อบางข้อ ถ้าจะให้เขารับผม ผมต้องแก้ไขข้อที่สำคัญคือเขาเชื่อว่า "คริสเตียนไม่มีผีสิง" เพราะเขาเชื่อว่าอย่างนั้น เขาเข้าใจไปว่าผมมีความเชื่อไม่เหมือนกับหลักข้อเชื่อของพวกเขา เพราะเขาเชื่อว่า คริสเตียนไม่มีผีสิง แต่ผมไปที่ไหนมักจะเจอแต่วิญญาณต่างๆ เราจึงต้องขับวิญญาณบ่อยๆ ในการอธิษฐานปลดปล่อย เมื่อเราไปอธิษฐานเผื่อคนป่วยแล้ววิญญาณต่างๆ มักจะแสดงตนออกมาเสมอ เรื่องวิญญาณแบบนี้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วจะให้ผมทรยศต่อสิ่งที่ผมเห็น

ผมมีประสบการณ์ได้อย่างไร ถ้าใครไม่ให้ผมร่วมงานด้วย ไครเสียหายล่ะ และไม่จะไม่ฟันธงเพื่อพิสูจน์ หรือลบล้างความเชื่ออันงมงายของใคร และไม่ตัดสินว่าใครถูก ใครผิด คนเรามีสติปัญญา มีความเชื่อในพระเยซูองค์เดียวกัน ใครเชื่ออย่างไรก็รับเอาอย่างนั้นก็แล้วกัน

แท้ที่จริงความเชื่อเรื่องวิญญาณไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นสิ่งที่มีมาช้านาน แต่คนสมัยใหม่บางกลุ่มไม่เชื่อว่าวิญญาณอื่นๆ จะสามารถมาสร้างอิทธิพลแก่คนใดๆ ได้ ก็เป็นความเชื่อที่ถูกต้องบางส่วนเท่านั้น แท้จริงมนุษย์มีความสามารถในการป้องกันตัวจากสิ่งชั่วร้ายที่เป็นวิญญาณได้ แต่มนุษย์ดันไม่มั่นใจตนเอง บางพวกไปเชิญวิญญาณมาอยู่ด้วย เพราะเกิดความกลัว หรือต้องการประสบความสำเร็จโดยการใช้พลังที่เกินจากความสามารถของตนเอง พระเจ้าได้สร้างเรามาอย่างอัศจรรย์ แต่มนุษย์ไม่รู้ว่าการทรงสร้างของพระเจ้านั้นสมบูรณ์มาก และเข้มแข็งมากที่สุด มนุษย์จึงไปหลงไปกราบไหว้วิญญาณต่างๆ ด้วยการเชิญให้วิญญาณมาอยู่ด้วย มาปกครองเพื่อให้มาปกป้องดูแล คุ้มครอง บางคนเชิญวิญญาณให้มาอยู่เพื่อตัวเองยังไม่พอ ยังเชิญวิญญาณให้ไปอยู่กับคนในสายสัมพันธ์ด้วย มนุษย์จึงเกิดปัญหาขึ้นมากมาย

เรื่องนี้พูดไปมาก ยากที่เข้าใจ เอาเป็นว่าผมจะไม่บอกว่ามี หรือไม่มี คนที่เชื่อพระเยซูอย่างแท้จริง อาจไม่มีวิญญาณอื่นมาสิงได้ หรืออาจมาสิงได้นี้ไม่ใช่สิ่งที่ผมกำหนดเป็นหลักข้อเชื่อก็แล้วกัน เพราะของอย่างนี้ คนที่นำมาเถียงกันส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนเขียนหรอก แต่เป็นพวกได้เรียน ได้รับการสอนมาอย่างนั้นก็แล้วกัน หากมีใครที่มีวิญญาณอื่นทำร้ายหรือรบกวนก็ต้องมีคนที่มีความเข้าใจในด้านการปลดปลอ่ยมาช่วยเหลือให้หลุดพ้น เพื่อจะสามารถมีชีวิตที่มีสุขได้

เนื่องจากผมทำการปลดปล่อยเป็นเพียงการสร้างกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ที่ต้องการหลุดพ้นจากการเบียดเบียนของวิญญาณอื่นๆ ผมมีรายได้ที่เพียงพอจากการทำงาน ผมทำพันธกิจโดยไม่ได้เรี่ยไรจากหน่วยงานใด ไม่ได้เก็บค่าปลดปล่อย เพราะงานของเราเพื่อการกุศล เราช่วยคนที่เจ้าต้วเขาต้องการปลดปล่อย หากไม่มีโบสถ์ไหนที่ต้องการปลดปล่อยแล้ว ผมก็จะไปประกาศกับคนไทยที่เหลืออีกตั้ง มากกว่า 60 ล้านคน ผมคิดว่าการทำอย่างนี้ต้องมาวอรี่ว่าต้องไปอยู่ใต้ร่มใบบุญ หรืออยู่ใต้สะดือใครสักหน่อย ที่จริงเราอยากให้มันเป็นทางการอีกนิด อย่างไรก็ตามประเทศไทยให้เสรีภาพในการปฎิบัติกิจทางความเชื่ออย่างมากมาย ไม่จำเป็นต้องเร่งที่จะเข้าไปสังกัดหรือยู่ใต้การปกครองของใครก็ได้

เพราะการปลดปล่อยไม่ได้เก็บเงิน ไม่ได้ทำให้เสียสุขภาพ กลับทำให้สุขภาพกาย สุขภาพดีขึ้น หายโรคภัยโดยไม่ต้องใช้ยา การปลดปล่อยไม่ใช่การรักษาทางยา ไม่ใช้อะไรเลย ใช้แต่ความเชื่อ การอธิษฐานประเทศไทยไม่ได้ห้ามเรื่องความเชื่อที่ไม่ทำให้ใครเดือลร้อน แล้วมันจะมีปัญหาอะไรล่ะ จะมีปัญหาก็คงจะเป็นกับคนที่นับถือวิญญาณบางตัวเท่านั้น แต่การนับถือวิญญาณทางศาสนาเขาก็ถือว่าเป็นอวิชา คือไม่รู้ ประเทศไทยไม่มีกฏหมายรับรอง การขับไล่วิญญาณอื่นที่รบกวนชาวบ้านจึงไม่น่าจะผิดกฎระเบียบอะไรของบ้านเมือง เพราะการอธิษฐานใครๆ ก็ทำได้ เนื่องจากไม่มีเสียงดังรบกวนชาวบ้าน ไม่ทำให้เกิดมลภาวะใดๆ แก่โลก แต่ที่บางคนเขาบริจาคเงินให้เพราะเขามีจิตสำนึกแห่งการรู้บุญคุณคน รู้จักความกตัญญูมากกว่า สิ่งนี้ต้องสอนให้ชาวคริสต์มากๆ เพราะผมเข้าใจว่า ชาวคริสต์ส่วนใหญ่ที่ยากจน และอยู่ตามชนบท เขาไม่กล้าที่จะแสดงความกตัญญูต่อพระเจ้ามากนัก เพราะพวกเขาขาดความเชื่อ นักการศาสนาที่ดูแลพวกเขาอยู่ก็ลำบากแสนสาหัส เพราะสมาชิกขี้เหนียว ไม่รู้จักการดูแลผู้ที่เลี้ยงดูตนฝ่ายวิญญาณ

บทความนี้คงไม่เป็นการทำให้ใครอกหักผิดหวังกับความเชื่อ หรือหลักการที่ใครบางคนเคยหลงเชื่่ออย่างไม่ลืมหูลืมตา นักการศาสนาบางคนไม่กล้าทำอะไรนอกลู่นอกทาง ไม่กล้าอธิษฐานเผื่อใคร ไม่กล้าวางมือเพราะว่า doctrine มันบีบคออยู่ แต่สำหรับผม ผมขอนำเสนอความจริงให้ทุกคนที่ต้องการรู้ความจริง ต้องการพบสัจจะได้ทราบ แม้ว่าแต่ละกลุ่มความเชื่อจะพยายามสร้างศาสนศาสตร์ที่เหลวไหลอย่างไร หรือน่าเชื่อถืออย่างไรขึ้นมาก็ตาม ผมถือว่าผมได้นำเสนอสัจจะ คงมีผู้เชื่อบางคนที่ชอบอยู่กันแบบคณะ แบบกลุ่มผลประโยชน์จำนวนไม่น้อย ได้ร่วมกันเขียนหลักข้อเชื่อที่ดูหรูเริดแต่ยังมีข้อโต้แย้งได้อีกมากมาย เพราะอะไรก็ตามในโลกนี้ยังไม่มีความสมบูรณ์ผมเชื่อเช่นนั้น สิ่งที่ผมเห็น ผมประสบมันคือสิ่งที่คริสเตียนมากมาย ไม่เคยเห็นด้วยตาตนเองจึงไม่เชื่อ เพราะนักการศาสนาจำนวนมาก เนื่องจากเขาเน้นแต่สอนคนอื่นๆ ให้เชื่อตามหลักศาสนศาสตร์ เช่น เรื่องนายโทมัสไม่เชื่อ แต่พวกเขาอาจจะเป็นนายโทมัสเสียเองช่วยไม่ได้จริงๆ

ผมไม่ต้องการจะโต้แย้งกับใครในหลักข้อเชื่อ แต่สิ่งที่ผมพบ สิ่งเหล่านี่คือความจริง หลักข้อเชื่อมันจะสู้กับสัจจะได้อย่างไร โดยเฉพาะสัจจะที่ตรงตามพระคัมภีร์ยังไม่พอ แต่ผมยังมีคลิปวีดีโอ และข้อพิสูจน์ตั้งมากมาย พร้อมกับพยานบุคคลที่ผมไม่ได้นัดหมายให้มาแสดงในวีดีโอคลิปแต่ละอันที่ทีมงานของเราถ่ายทำขึ้นจากสถานการณ์จริง และบุคคลที่ได้รับการปลดปล่อยจริงๆ นอกจากนี้เวลาเราเผชิญกับวิญญาณนานาชนิดเราก็บันทึกเสียง และถ่ายวีดีโอไว้ เราเชื่อว่าวันหนึ่งคนที่เคยหลงเชื่อผู้นำที่สอนแต่เรื่องความเชื่อตื้นๆ จะตระหนักความจริงและอยากจะตาสว่าง พวกเขาอาจมาขอดูสิ่งที่พระเจ้าเปิดเผยให้เราได้รับทราบ และมีประสบการณ์ และเปลี่ยนตัวเองจากคนที่นั่งรอคอยพระเจ้าอยู่ในโบสถ์จะออกไป ประกาศพระเดชานุภาพในพระนามพระเยซูคริสต์ อย่างที่ใครๆ ทีเขาเติบโตแล้วในความเชื่อกำลังทำอยู่

ใครที่ได้พบได้เห็นสิ่งที่เราทำ ถ้ารับไม่ได้ ก็ไปแก้ตัวกับพระเยซูคริสต์เองก็แล้วกัน ผมเป็นคนนอกวงการ ของคนที่เขาเรียกตัวเองว่า " ผู้รับใช้เต็มเวลา" แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่มันได้ผลดีกว่า สิ่งที่คนเต็มเวลาหลายคนทำมาทั้งชีวิตก็เป็นได้ ผมไม่มีผลประโยชน์ ผมไม่ได้นำเสนอวิธีการใหม่แต่อย่างใด เพราะวิธีการนี้ พระเยซูทำมาตั้งแต่สมัยสองพันปีกว่ามาแล้ว ผู้นำฝ่ายวิญญาณชาวคริสต์สอนว่า

ให้เราทำตามพระเยซูนะ ให้เราเลียนแบบพระเยซูนะ แต่สิ่งที่เขาไม่ได้ทำเป็นตัวอย่างคือ การรักษาโรค และการขับวิญญาณ เพราะดูเหมือนจะมองไม่เห็นสิ่งที่เขียนไว้มากมายในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ พระเยซูไปที่ไหนก็มีแต่รักษาคนป่วยๆ ขับผีๆ แต่ผู้นำทางความเชื่อของพวกเขาดันไปสอนแต่เรื่อง ความสำเร็จ ความสุข การรอดบาป คนปัจจุบันจะมีสันติสุขได้อย่างไรถ้าเขาป่วยไข้ และถูกวิญญาณรบกวน

ผมกำลังนำเสนอว่า ผู้เชื่อทุกคนที่ได้รับการฝึกฝนดีแล้วจะสามารถใช้ฤทธิ์อำนาจ ของพระเยซูที่มีอยู่ในตัวอย่างมีประสิทธิภาพ และสิ่งนี่มันประกาศพระนามของใคร ถ้าไม่ใช่พระเยซูคริสต์ ผมไม่ได้ยกย่องพระหรือเจ้าองค์อื่น ไม่ได้ใช้เวทมนต์คาถา ไม่มีไสยศาสตร์แล้วผมจะเป็นพวกนอกรีตได้อย่างไร ใครไม่เชื่อการอัศจรรย์มันก็ไม่มีการอัศจรรย์เป็นธรรมดา เพราะของอย่างนี้เขารับเอาด้วยความเชื่อเท่านั้น

ผมขอนำเสนอเรื่องของน้องตานี (นามสมมุติ) หญิงสาวผู้เกิดจากครอบครัวคริสเตียน มาจากคณะวันที่ห้าสิบ คริสตจักรของเขามีการยอมรับเรื่องฤทธิ์เดช และการเจิมด้วยพระวิญญาณ แต่ทำไมคริสเตียนจึงมีวิญญาณอื่นมาสิงได้ เรื่องนี้ผมไม่ขอนำมาโต้แย้ง และผมบอกแต่ต้นแล้วว่าผมไม่ฟันธง แต่ผมขอฝากไว้ให้คนที่รักสัจจะไปพิจารณาแก้ไข ปรับปรุงหลักข้อเชื่อที่ไม่สอดคล้องกับความจริงให้ถูกต้องมากขึ้นก็พอ

ประมาณต้นเดือน ม.ค. 2011 ผมได้รับโทรศัพท์จาก ศ.บ. (ผู้ดูแลผู้เชื่อในโบสถ์ของชาวคริสต์) ผู้ดูแลคริสตจักรที่น้องตานีเป็นสมาชิกอยู่

จากการสืบทราบของผมก่อนไปทำการปลดปล่อยน้องตานี ผมได้ข้อมูลอย่างนี้ครับ

ก. น้องตานีถูกไล่ออกจากงานเนื่องจากเจ้านายสงสัยว่า น้องตานีมีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ในเรื่องเงินของบริษัท น้องตานีถูกสั่งห้ามเข้าบริษัทด้วย

ข. น้องตานีกำลังตกงาน มีปัญหารุมเร้าหลายด้าน เพราะความผิดพลาดในการดำเนินชีวิต
ค. น้องตานีเคยถูกส่งไปอยู่คุกมาแล้ว และเคยมีสัมพันธ์ทางเพศกับคนในคุกที่เป็นเพศเดียวกัน มากกว่า
หนึ่งคนในขณะที่ถูกคุมขังอยู่ในคุก

ง. น้องตานีมีความรู้สึกเครียดมากเนื่องจากถูกไล่ออกจากงาน และเมื่อ ศ.บ.เข้าไปพบ น้องตานีได้เอาจดหมายที่ผู้หญิงจากในคุกเขียนมาถึงเขา ขึ้นต้นด้วยคำว่า "ถึงผัวที่รัก" เมื่อ ศ.บ.เห็นจดหมายนี้จึงรู้และเข้าใจทันทีว่า ที่น้องตานีมีพฤติกรรมแต่งตัวเป็นทอมนั้นไม่ใช่แค่ รสนิยมในการแต่งตัวหรือการแต่งกายเท่านั้นแต่เป็นเรื่องจริง และมีพฤติกรรมรักร่วมเพศจริงๆ

จ. ศ.บ.จึงขอให้น้องตานีกลับใจใหม่ และเลิกจากพฤติกรรมรักร่วมเพศนี้ น้องตานียอมกลับใจและจะขอรับการอธิษฐาน และคิดจะกลับใจใหม่ในเรื่องความผิดต่างๆ ด้วย

ฉ. ในขณะที่ ศ.บ. นำน้องตานีอธิษฐานยอมรับความผิดบาปเรื่องการผิดเพศ และเรื่องอื่นๆ น้องตานีได้แสดงพฤติกรรมเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง พูดจาเพ้อเจอ และแสดงตนว่าตนเองเป็นเจ้า หรือเป็นเทพบางองค์เหมือนกับที่คนทรงแสดงตนขณะที่เจ้าเข้าทรงอยู่

ช. ผู้นำคริสเตียนหลายคนได้มารวมตัวกันและอธิษฐานขับไล่วิญญาณให้ออกจากร่างของน้องตานี แต่น้องตานีไม่มีความเกรงกลัวการขับไล่เลย และวิญญาณต่างๆ ที่สิงสู่เธอทำให้เธอพูดเพ้อเจ้อและแสดงอำนาจเหนือคนหลายคนที่กำลังรุมล้อมจ้องมองเธออยู่ บางครั้งเธอสั่งให้คนแก่บางคนนั่งลงกับพื้น ไม่ให้ยืนค้ำหัวหรือแสดงว่ามีศักดิ์ศรีมากกว่าเธอ

ซ. ท่าน ศ.บ. ได้โทรศัพท์ขอคำปรึกษาจากผม ผมได้แนะนำไปว่า หากจะให้วิญญาณอื่นออก ต้องไปดูว่าที่ห้องนอนของเขามีสิ่งใดบ้างที่ พระเจ้าผู้เป็นอยู่ถือว่า "เป็นสิ่งโสโครก และน่าสะอิดสะเอียน" ศ.บ.ได้ไปค้นห้องนอนของน้องตานี ขณะที่เธอเพลอ พวกเขาได้ไปพบกับรูปจำลอง หรือหุ่นเล็กๆ หลายอย่าง อาทิ ขุนแผน ฤษี กุมารทอง และนางกวัก ขนาดเล็ก ใส่ไว้ในกระปุกในห้องนอนของน้องตานี ซึ่งน้องตานียอมรับว่ามีไว้ครอบครองเพราะมีคนมอบให้ เธออ้างว่ามีเก็บไว้เฉยๆ

ฌ. เมื่อค้นเอาวัตถุต้องห้ามสำหรับคริสเตียนได้แล้ว ผู้นำได้ขอให้ ผู้ปกครองท่านหนึ่ง นำเอาสิ่งต้องห้ามสำหรับคริสเตียนไปทิ้งหรือทำลาย หลังจากนี้มีความพยายามอธิษฐานขับวิญญาณให้ออกจากน้องตานีอีกครั้ง แต่ว่าผีก็ยังไม่ยอมออก ศ.บ. จึงสงสัยว่าวัตถุต่างๆ ที่สั่งให้ ผู้ปกครองคนนั้นนำไปทำลาย ได้ทำลายไปแล้วหรือเปล่า

ผลปรากฎว่า ผู้ปกครองท่านนี้ คิดอย่างไรไม่ทราบ ตอนแรก ศ.บ.ถามว่าเอาวัตถุมงคลไปทำลายแล้วหรือ เขาบอกว่าเอาโยนลงส้วมไปแล้ว แต่ความจริงได้รับทราบภายหลังว่า ผู้ปกครองท่านนี้เกิดความละโมภ อยากได้เงินจากการขายสิ่งของเหล่านี้เพราะอาจจะเห็นว่าเป็นของเก่า มีราคา จึงเอาไปให้คนอื่นอีกคนหนึ่งเก็บไว้ ไม่ได้ทำลาย

ต่อมา ศ.บ. ได้ขอร้องให้นำเอาวัตถุที่อ้างว่าไปทิ้งส้วมนั้นกลับมาให้หมด ปรากฎว่า ผู้ปกครองท่านนี้ได้นำกลับมาส่งคืน แต่ไม่ครบยังขาดไปบางส่วน และอาจจะนำไปจำหน่วยแล้วก็เป็นได้

ญ. ศ.บ. จึงนำวัตถุที่ยึดได้ไปทำลายด้วยตนเอง และได้โทรศัพท์แจ้งให้ทีมของเราไปช่วยอธิษฐานปลดปล่อยด้วย เนื่องจากที่บ้านของเรามีเยาวชนหลายคนต้องการรับการปลดปล่อยเหมือนกัน ผมจึงไปกับเอลียาห์ และ ภรรยาของผม เมื่อเราไปถึง ผมได้มีโอกาสแบ่งปันคำสอนของพระเยซู ซึ่งวันที่ผมไปตรงกับคืนวันพุธพอดี เป็นวันที่คริสตจักรแห่งนี้มีการอธิษฐานตามบ้านพอดี

ฎ. เมื่อผมได้แบ่งปันเรื่องสิทธิอำนาจของผู้เชื่อแล้ว ผมจึงอธิษฐานเผื่อน้องตานี น้องตานีมีเจตนาอยากจะรับการปลดปล่อยอยู่แล้วจึงเป็นการง่ายยิ่งขึ้นที่จะปลดปล่อย พอผมนำเธอกล่าวขอขมาต่อพระเจ้าที่ได้ทำผิดพลาดหลายอย่างและหลงไปทำบาปจนถูกวิญญาณต่างๆ มาสิงสู่ รบกวน

ฏ. ขณะที่ผมกำลังนำเธออธิษฐานยังไม่ทันจบ วิญญาณต่างๆ ก็สำแดงตัวออกมา ผมไม่ปล่อยให้ซาตานสำแดงเดช ผมสั่งให้มันรีบออกจากตัวน้องตานี ทางปากทันที พวกแมงต่างๆ ทยอยกันออกจากปากของน้องตานี ผ่านการอ๊วกอย่างยาวนาน ตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00-23.30 น. ผมผลักให้พี่น้องและผู้นำคริสเตียนในโบสถ์แห่งนี้ได้มีประสบการณ์ในการขับวิญญาณบ้าง เมื่อผมอธิษฐานไปแล้วกว่าหนึ่งชั่วโมง งานนี้ไม่มีการต่อสู้ดิ้นรนขัดขืนมากนัก วิญญาณต่างๆ ยอมออกจากน้องตานีอย่างว่าง่าย จนเวลาใกล้เทียงคืน ผมจึงขอให้ป้าของเขาพาน้องเขาเข้านอน และเชื่อว่าวิญญาณต่างๆ คงออกไปแล้วหลายตัว น้องตานีมีการอาการอ่อนเพลียอย่างมาก เนื่องจากนั่งคุกเข่าอ๊วกเอาสิ่งต่างๆ ออกมาด้วยใช้เวลากว่าสองชั่วโมง

อย่างไรก็ตามตามประสบการณ์ของผมที่ผ่านมา ผมยังไม่ปักใจว่าวิญญาณต่างๆ จะออกไปจากน้องตานีจนหมดยกรัง ถ้าจะให้ดีเราต้องมีการตรวจเช็คอีกสักครั้งสองคร้้ง เพื่อให้เแน่ใจว่าเธอหลุด และปลอดภัยจริง

ขอบคุณพระเยซูสำหรับฤทธิ์อำนาจเหนือวิญญาณอื่นทุกชนิด

ผมและทีมกลับบ้านด้วยความยินดีแต่ก็เหมื่อยล้าและอ่อนเพลียมากเหมือนกัน เพราะการต่อสู้กับวิญญาณบ่อยครั้งเราพบว่าต้องใช้เวลานานๆ อย่างนี้เสมอ


กลับไปหน้าแรกของเว็

3 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณพระเจ้าครับ ผมเองอยู่ในคริสตจักรร่มเกล้าที่เชื่อในเรื่องฤทธิ์เดช เคยมีประสบการณ์ในการขับผี2ครั้ง ที่เกิดกับผมเอง แต่น้องชายผมมีของประทานในด้านนี้โดยเฉพาะ (1คร12:10)ซึ่งน้องผมจะเห็นด้วยตาชัดๆและจะขับออกโดยพระนาม ส่วนผมไม่มีของประทานในด้านนี้ แต่เคยสัมผัส เพราะวันหนึ่งมีพี่น้องในโบสถ์ท่านหนึ่งนำลูกสาวอายุ4ขวบของแกมาให้ช่วยอธิฐานเพื่อหน่อยเพราะไม่สบาย ตัวร้อน ผม พ่อ แม่ และพี่น้องอีกคนหนึ่งก็เริ่มอธิฐาน เมื่อเราเริ่มอธิษฐาน เด็กคนนี้เริ่มร้องหนักขึ้น ตัวร้อน และเริ่มอาเจียน ทันทีที่เราเริ่มพูดภาษาแปลกๆและเราเริ่มวางมือ เมื่อมือผมสัมผัสเด็กคนนี้ เด็กก็อาเจียนออกมา แปลกมากครับที่เป็นสีเขียวๆ ตอนนั้นก็เริ่มรู้แล้วล่ะครับว่า วิญญาณชั่วแน่ๆ เด็กเริ่มปัดมือผม เราก็อธิฐาน แต่ความที่ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจว่าควรทำเช่นใด เลยไม่ได้สั่งขับออกโดย พระนาม ผมแค่อธิษฐานพูดภาษาแปลกไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้สั่งให้มันออกมาโดยพระนามพระเยซู สุดท้ายเราก็หยุดอธิษฐาน อาการของเด็กดีขึ้นครับ แต่รู้ว่าผียังไม่ออก ตอนนั้นผมเหนื่อยครับ พอได้พูดคุยกับแม่ของเด็กก็ทราบว่า ทางพ่อเล่นของ เล่นวิญาณชั่ว เลยชัดเจนว่า ที่ผมเจอนั้นผีแน่นอน แต่ความที่ผมยังไม่เข้าใจว่าควรทำเช่นไร จึงหยุดไว้เท่านั้น เรื่องนี้ผ่านมา6ปีแล้วครับ อีกครั้งที่ขับเองก็เมื่อ2เดือนที่แล้วครับ เกิดกับน้าผมเอง ซึ่งแปลกมากๆน้าผมเป็นคริสเตียนมา5ปี แต่มีบาปบางอย่างที่ไม่สามารถเอาออกได้ เพราะบาปที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการที่ผีครอบครองอยู่เป็นเวลานานมากๆก่อนที่จะเชื่อพระเจ้า เมื่อน้าผมเป็นคริสเตียนแล้วก็ยังมีบาปนี้อยู่ไม่สามารถหยุดทำได้ ด้วยความที่ผมเองก็ไม่ได้คิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากวิญญาณชั่ว ความที่เป็นญาติกันด้วย แต่มันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆก็ตอนที่น้าผมมีปัญหา บาปที่ว่านี้ออกมา จนน้าผมไม่สามารถควบคุมสติได้ เรื่องบานปลายขึ้นเรื่อยๆจนเมื่อเราประชุมนมัสการกันผมจึงให้น้าผมร่วมนมัสการ แต่แปลกมากๆครับที่น้าผมนมัสการพระเจ้า พยายามที่จะนมัสการ แต่ก็ไม่สามารถทิ้งบาปนั้นไปได้ จนผมรู้สึกว่าพระวิญญาณนำไปให้อธิษฐาน เมื่อผมอธิษฐานและเริ่มพูดภาษาแปลกๆ ผมแปลกใจมากๆครับเพราะปกติ ผีวิญญาณชั่วจะอยู่ในคริสตจักรไม่ได้เมื่อมีการนมัสการโดยพระวิญญาณ ในตอนนั้นพระวิญญาณบอกผมทันทีครับว่า น้าผมมีผีโสโครกจึงทำให้ไม่สามารถทิ้งบาปไปได้ แต่ผีตัวนี้มันใช้วิธีการนี้ครับ (มธ12:43)ผมจึงแปลกใจมากๆเพราะมันเกิดขึ้นบ่อยกับน้าผม น้าผมก็เอาพระเจ้าและนมัสการพระเจ้า และผมก็คิดว่าแค่บาปธรรมดา แต่ที่ไหนได้เกิดจากผี การที่ผีร้ายกลับเข้าใหม่เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากครับเพราะพระวิญญาณบอกผมว่า มีผี4ถึง5ตัว ทีมาคอยรังควานน้าผมผมอธิษฐานไปเรื่อยๆและพูดภาษาแปลก และขับออกในพระนามพระเยซู จนผมรู้สึกเหนื่อยแต่ไม่รู้สึกว่าได้รับการปลดปล่อย เหมือนไม่ได้รับชัยชนะ ผมเริ่มแปลกใจ จนพระวิญญาณตรัสกับผมว่า ผีเหล่านี้จะออกโดยพระวจนะ โดยการอดอาหาร หลังจากเสร็จการประชุมผมเหนื่อยมากๆเลยครับ ผี4ตัวแต่ล่ะตัวร้ายกาจมากๆ เพราะผมกับพ่อต้องไปทำกลุ่มเซลล์อีกที่หนึ่ง ระหว่างทางผมเหนื่อยจนหลับไปเลย เกือบลืมไปแล้วว่า การต่อสู้กับวิญญาณนั้นเหนื่อยมากๆแปลกมากๆนะครับ แค่พูดอย่างเดียวแต่เหมือนกับว่า ออกแรงเยอะมาก การต่อสู้กับวิญญาณเนี่ย เข้าใจเลยครับว่า เหนื่อยจริงๆตอนนี้น้าผมหลุดพ้นแล้วครับน้าผมอดอาหารเองเลย และกลับใจใหม่จริงๆเชื่อฟังและทำตามพระวจนะอย่างจริงจัง ผลก็คือผีร้ายออกไปครับ แต่พระวิญญาณก็บอกผมว่า น้าผมต้องต่อสู้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะชนะจากบาปโดยแท้จริง เพราะผีจะใช้บาปในชีวติเพื่อกลับเข้ามาอีกครับ น้าผมจะต้องกลับใจใหม่จริงๆและรับเอาพระวิญญาณเป็นกลังอย่างจริงจัง ผมจะเป็นกำลังใจให้อาจารย์นะครับ เพระอาจารย์คงต้องเจอสิ่งเหล่านี้ ผมเข้าใจในความเหนื่อยยากลำบากจริงๆครับ แต่ที่เราทนอยู่ได้เพราะพระเจ้าประทานพระวิญญาณเพื่อเป็นกำลังกับเรา ขอบคุณพระเจ้าครับ

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณพระเจ้า
    ผมอยากให้คริสเตียนรุ่นใหม่ทำอย่างนี้
    ผมต้องการจะแก้ไขว่า "ผมไม่มีของประทานให้หมดไปจากโลก"

    ขอพระเจ้าเสริมกำลังคริสเตียนรุ่นใหม่ทุกคนนะครับ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ1/29/2554

    ขอเพิ่มอีกนิดนะครับ

    คำว่าผีอยู่ในโบสถ์ไม่ได้ อาจเป็นเพียงแค่ความเชื่อนะครับ เพราะพระเยซูกับพระยาเวห์คือองค์เดียวกันใช่หรือไม่ เพราะเป็นหนึ่งในตรีเอกานุภาพที่คริสเตียนเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น

    ลองไปหาอ่านในพระคัมภีร์ใหม่สี่เล่มแรกซิ พระเยซูไปขับผีในธรรมศาลาของพวกยิวบ่อยๆ บางครั้งลูกนายธรรมศาลาก็ได้รับการปลดปล่อยเสียเอง

    คำว่าผีไม่มีในโบสถ์เป็นแค่ความเชื่อที่ไม่น่าจะถูกต้อง และที่ผมได้รับทราบมา โบสถ์บางแห่งก็มีวิญญาณอื่นๆ ปฎิบัติงานอยู่ในนั้น
    เช่น วิญญาณพิธีกรรม วิญญาณโกหก วิญญาณศาสนา วิญญาณเจ้าที่เจ้าทาง ฯลฯ ถ้าเป็นศาสนามันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละคือสอนให้คนเป็นคนดีเท่านั้น

    ตอบลบ

You may post your comments here.
หากท่านมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมหรือเสนอแนะเชิญออกความเห็นได้
(กรุณาใช้ข้อความสุภาพ และสร้างสรรค์)