ข้อเท็จจริงจากหนัง คนไล่ผี - The Rite


The Rite: คนไล่ผี

ที่จริงผมไม่ใช่นักดูหนังและไม่ใช่นักวิจารณ์ภาพยนต์  ปีๆ หนึ่งผมอาจจะดูไม่กี่เรื่อง คิดว่าไม่ถึงสิบเรื่อง หรือบางทีอาจจะเป็นแค่สักสองสามเรื่องต่อหนึ่งปี แต่ว่าคราวนี้ ผมมีโอกาสได้ดูหนังเรื่อง "คนไล่ผี" (The Rite)  เพราะเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นชาวพุทธแนะนำให้ดูเพราะเขาบอกว่า “นายต้องดูนะ เพราะว่ามันเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ของนาย และนายชอบไล่ผี” มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการขับผี

ก่อนที่ผมจะวิจารณ์เรื่องคนไล่ผี ผมก็ขอเล่าเรื่องย่อๆ ของภาพยนต์เรื่องนี้สักนิดหนึ่งเพื่อเป็นการเพิ่มความเข้าใจ ในการเข้าใจการอภิปรายของผมเกี่ยวกับแนวคิดของภาพยนต์เรื่องนี้




พระเอกของเรื่องมีชื่อว่า ไมเคิ่ล โควาค (Michael Kovak) ได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจการตกแต่งศพ ร่วมกับพ่อของเขา; การทำงานของเขาต้องช่วยพ่อทำการอาบน้ำศพ และแต่งศพให้ดูดี  จนไมเคิ่ล คุ้นเคยกับศพคนตายจนไม่นึกมีความกลัวเกี่ยวกับผีเลย  ต่อมาเขาได้รับทุนจากองค์กรศาสนาคาทอลิกให้เรียนจนจบการศึกษา และเขาก็ถูกส่งตัวไปฝึกวิชาเกี่ยวกับการไล่ผี กับหลวงพ่อ นิกายออโธด๊อกชื่อว่า ลูคัส (Father Lucas (Anthony Hopkins) เป็นเวลาสองเดือน 

ตอนแรกๆ เขาคิดว่าหลวงพ่อไล่ผีแบบแหกตาชาวบ้าน เขาคิดว่าคนที่แสดงอาการแปลก ทางด้านอารมณ์และ พฤติกรรมเป็นเพียงพวกโรคจิตเท่านั้น  แต่ต่อมาเขาได้ประสบกับวิญญาณด้วยตนเอง เขาจึงได้ใช้ความรู้ที่หลวงพ่อสอน ช่วยขับผีให้ออกจากตัวของหลวงพ่อลูคัสได้ในที่สุด

ฉากต่างๆ ในหนังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับวิญญาณร้าย ระดับชั้นการปกครองของมัน พฤติกรรมของซาตาน และวิธีการที่มันแอบแฝงเข้ามาควบคุมคนที่ไม่ทันรู้ตัวว่าซาตานและวิญญาณร้ายมีอำนาจในการแทรกแซงคนได้อย่างไร  ต่อมาก็มีฉากต่างๆ แสดงถึงอาการแสดงของคนมีผีเข้าสิง  และวิธีการในการไล่ผี  

การไล่ผีในภาพยนต์เรื่องนี้  ถ้าไม่ร่วมสเปเชียลเอฟเฟค และการใช้ดนตรีประกอบภาพยนต์ก็ดูไม่น่ากลัวเท่าไหร่สำหรับ คริสเตียนที่เติบโตฝ่ายจิตวิญญาณแล้ว  แต่สำหรับคนทั่วไปอาจทำให้นอนเสียวบ้างสักสองสามคืน  หรือมากกว่า

วิธีการไล่ผีในหนังก็แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ซาตานจะไม่สามารถชนะคนที่มีความเชื่อในพระเยซูเจ้าได้อย่างแน่นอนไม่ว่าซาตานหรือ เหล่าวิญญาณร้ายใดๆ จะมีอำนาจหรือฤทธิ์เดชขนาดไหนก็ตาม  ผู้เชื่อก็สามารถชนะมันได้

ในภาพยนต์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น โดยอ้างอิงเอาองค์ความรู้บางประการจากนักบวชคาทอลิกบางคน ที่มีประสบการณ์ในการไล่ผี   วัตถุที่ใช้ในการไล่ผี ก็มีสายประคำ  ไม้กางเขน  พระนาม และพระวจนะ เป็นองค์ประกอบสำคัญ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการต่อสู้กับวิญญาณร้าย คือ ความเชื่อในพระเจ้า 

อย่างไรก็ตามในทัศนของผม หากพี่น้องคริสเตียนที่ยังมีประสบการณ์เรื่องการขับผีไม่มากนัก  ก็สามารถดูเป็นแนวทางต่อสู้กับวิญญาณร้ายด้วยความเชื่อได้  แต่ผมไม่แนะนำให้ใช้ไม้กางเขน  หรือสายประคำ หรือวัตถุใดๆ ในการเป็นตัวช่วยในการต่อสู้กับวิญญาณร้ายที่สิงสู่ในคน 

วิธีการที่พวกเราทำเป็นประจำ คือการต่อสู้ด้วยพระวจนะ และการกล่าวถ้อยคำแห่งสิทธิอำนาจ การมัดผีด้วยสิทธิอำนาจโดยไม่ต้องใช้เชือก ขณะที่ผมดูหนังไป ผมคิดว่าหนังที่แสดงออกมายังไม่ได้บอกถึงวิธีการที่ชัดเจนในการผูกมัดวิญญาณได้ พวกเขายังใช้สายหนัง  และเก้าอี้ที่แข็งแรง พวกเขายังใช้กำลังทางกายภาพในการต่อสู้กับวิญญาณที่สิงในร่างกายของคน หรือคนที่มีวิญญาณสิงสู่  พวกเขายังไม่ได้ต่อสู้กับวิญญาณที่มีระดับสูงมากนัก  การต่อสู้กับวิญญาณร้ายในภาพยนต์  พยายามสื่อให้เห็นว่า วิญญาณร้ายสามารถสำแดงตัวเองในลักษณะต่างๆ  และวิญญาณที่สิงในตัวละครก็มีเพียงครั้งละตัวเดียว แต่พวกเราเจอ เราพบผีเป็นสิบๆ ตัวที่สามารถสิงอยู่ในตัวคนๆ เดียวได้อย่างน่าประหลาด

พี่น้องคริสเตียนหลายท่านเป็นผู้เชื่อมานาน บางคนเกือบทั้งชีวิตไม่เคยเห็นวิญญาณที่สิงสู่ในคน อาจไม่เชื่อว่าคนดีๆ จะมีวิญญาณสิงสู่อยู่ได้  บางคนไม่เคยเห็นผีแสดงออกอาการเมื่อเราอธิษฐานปลดปล่อย จึงคิดว่าไม่มีผีอยู่ เพราะเชื่อตามประสบการณ์และการเรียนรู้มาอย่างนั้น  นักการศาสนาหลายคนไม่เคยเทศนาเรื่องการขับผีมาเลยทั้งชีวิต  เคยสอนแต่วิธีการเป็นศาสนิกที่ดี และวิธีการเป็นสมาชิกที่ดีเป็นส่วนใหญ่ ไม่เคยคิด ไม่เคยฝันว่าผีมันจะอยู่ในคนได้อย่างไร  บางคนไม่เคยคิดจะสู้กับผีเลย

 ผมได้พบกับ ศบ.หนุ่มน้อย การศึกษาระดับปริญญาโท ศาสนศาสตร์ จากเมืองนอกพูดติติงวิธีการปลดปล่อยของพวกเรา  กล่าวอ้างอย่างไม่อายว่าคริสเตียนไม่มีผี  ไม่มีการแทรกแซงของวิญญาณในคริสเตียน หรือคนที่มาโบสถ์  เขาหาว่าผมสอนว่าคริสเตียนมีผี  ผมเคยสอนที่ไหน  ผมเคยยกหลายเรื่องมาให้คนอ่านบล๊อคนี้พิจารณา จากประสบการณ์ของเรา

ผมฟัง ศบ.หนุ่มพูดแล้วในใจผมหัวเราะ ขำในใจ ที่เขาซีเรียสกับเรื่องคำสอนทางศาสนามากไป จนลืมตัวว่าตัวเองเป็นใคร  จึงเที่ยวไปตัดสินและสั่งสอนคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเขาในเรื่องการปลดปล่อย  ทั้งที่ตัวเองวางมือใครก็ไม่หายสักคน  ผีก็ไม่เคยขับ  แถบยังเชื่อว่าคนมาโบสถ์ไม่มีผีอีกด้วย  ถ้าผมมีฟันปลอม  ผมหัวเราะดังๆ ฟันคงร่วงเกือบจะหมดปากเลย  เพราะเขารู้แต่ทฤษฏีศาสนศาสตร์  ไปเรียนศาสนามาจากอาจารย์ที่ไม่รู้วิธีขับผี  พอเห็นคนอื่นขับผีเลยคิดไปว่า คนอื่นเป็นลัทธิเพี้ยน  ผีไม่มีในตัวคน ไม่มีการสิงสู่ของผีในคนที่มาโบถส์คริสต์ ตลกมากๆ เลย  คนไม่รู้ คิดว่าไปเรียนศาสนศาสตร์ระดับสูง  เป็นความรู้ที่มากแล้ว เดาเอาว่าตัวเองรู้มาก แต่แท้จริงยังเป็นแค่กบในกะลาไม่รู้ตัว

ผมจึงต้องขออนุญาตคนที่มาขอรับการปลดปล่อยจากทีมงานของเราทุกครั้งเพื่อทำการถ่ายทำวีดีโอคลิป เพื่อเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลในการศึกษาเรื่องนี้  และเพื่อเป็นวีดีโอฟุตเต็จที่จะพิสูจน์ให้นักการศาสนาหัวโบราณบางคนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องผีสิงในหมู่ผู้เชื่อบางคนได้ว่า ผีมันมีจริง และมันสามารถสิงใครๆ ก็ได้  ผมเคยอธิษฐานปลดปล่อยวิญญาณที่สิงในภรรยาของผู้รับใช้ชาวลาวหลายคน  ในคราวที่ผมไปเทศนาที่ประเทศลาว มาแล้ว และผมก็บันทึกคำพยานไว้มากมาย 

ในการถ่ายคลิปวีดีโอเราถ่ายทำไว้บางครั้งน่ากลัว คำพูดที่ซาตานมันพูดออกมา ทำให้คนฟังต้องสะท้าน  แต่พวกเราก็มีชัยชนะในการต่อสู้ทุกครั้งด้วยพระเดชานุภาพของพระเยซูเจ้าผู้เป็นใหญ่กว่าวิญญาณผีทุกชนิด

วีดีโอที่ผมได้บันทึกไว้มากมายเหล่านี้อาจเป็นหลักฐานที่จะหักล้างความเชื่อ และศาสนศาสตร์อันผิดเพี้ยนของคนที่อ้างตัวว่าเป็นผู้เชื่อพระเยซู แต่ไม่มีฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าในตัว  ไม่เชื่อเรื่องการมีผีสิงในคน  ไม่เชื่อว่าวิญญาณสามารถแทรกแซงและแอบแฝงอยู่ในตัวคนธรรมดาได้เป็นอย่างดี

วีดีโอคลิปเหล่านี้วันหนึ่งจะถูกนำมาวิเคราะห์  และนำมาเปิดเผยต่อคนที่อยากเรียนรู้เรื่องนี้  มันจะกลายเป็นองค์ความรู้แก่คริสตชนที่ต้องการมีชีวิตอย่างมีชัยชนะเหนือซาตานและความป่วยใข้ทั้งปวง  เพื่อจะนำมาเปิดหูเปิดตาแก่ผู้เชื่อในองค์พระเยซูเจ้า  เพื่อเพิ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับการปลดปล่อย  วิธีการเรียกวิญญาณที่สิงสู่ในคนปกติให้ออกมา และทำให้ผู้เชื่อพระเยซูสามารถเป็นผู้ปลดปล่อยผู้คนให้หลุดพ้นจาก การครอบงำ   การแทรกแซง  การเข้าแอบแฝงอยู่ในวิญญาณ  ความคิดของคนทั่วไปได้ เมื่อคริสเตียนสามารถมีชัยเหนือวิญญาณร้าย คริสตจักรก็จะมีสง่าราศี ไม่ตกต่ำอับเฉาไร้เรี่ยวแรง ดังที่หลายแห่งประสบอยู่ในปัจจุบัน  บางแห่งเปิดมาเป็นสิบๆ ปีลงทุนแจกทุน แจกของ จัดงานวันคริสต์มากสใหญ่โต แต่ไม่มีใครมาเชื่อเพราะอะไรก็ไม่รู้ อ้างว่าแผ่นดินแถวนี้มันแข็ง  ผมคิดว่าส่วนหนึ่งน่าจะมาจากคนทั่วไปเขาเข้าใจไปว่า ศาสนาไหนก็เหมือนกัน คำสอนไหนๆ ก็ดีเหมือนๆ กันใช่หรือไม่

คำพูดตอบโต้การประกาศศาสนาที่คนไทยพูดออกมาแบบนี้ ทำให้นักประกาศศาสนาสายความรู้ และ ธรรมาจารย์ หลายคนต้องสะอึก เนื่องจากการประกาศข่าวประเสริฐของเขาไม่มีหมายสำคัญของผู้เชื่อห้าประการเกิดขึ้น เขาจึงกลายเป็นเพียงผู้สื่อสาร หรือเป็นเหมือนคนรับจ้างแจกใบปลิวเท่านั้น  ไม่มีหมายสำคัญของผู้เชื่อที่สำแดงผ่านตัวเขาเอง คนทั่วไปก็อาจเข้าใจไปว่า ศาสนาไหนมันก็เหมือนกันจริงๆ
(ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เช่นนั้น และผมขอยืนยันว่า พระเยซูเจ้าไม่เหมือนพระใดๆ ในโลก)

ผีหรือวิญญาณชั่วมันจะสิงสู่ในคน  ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด เพราะการเชื่อศาสนามันไม่ได้เป็นตัวบอกว่า เขาคนนั้นเป็นคนวิเศษ  หรือมีบุญมากกว่าคนนับถือศาสนาอื่น สำหรับผมผมเข้าใจว่า ศาสนาไหนก็สอนให้เป็นคนดีได้เหมือนกัน  คนสามารถถูกวิญญาณจู่โจม หรือแอบสร้างผลกระทบต่อเขาได้ ถ้าเขาเหล่านั้นยังรู้จักพระเยซูแค่เป็นศาสดาหนึ่งของศาสนา หรือเป็นเพียงพระที่ใครๆ มาอธิษฐานขอต่อพระองค์เมื่อถึงคราวลำบาก  บางคนนับถือพระเยซูแค่เป็นที่พึ่งทางใจและไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่สนิทกับพระองค์  และไม่ได้พบกับพระเยซูเป็นการส่วนตัว ผมเข้าใจว่าวิญญาณร้ายอาจครอบงำเขาได้

หากใครสนใจเรื่องการขับผี  ผมก็ขอแนะนำให้เอาภาพยนต์เรื่องคนไล่ผี (The Rite ) มาดูบ้างเผื่อท่านจะเปิดหูเปิดตา และอาจทำให้ฉุกคิดว่าและรับรู้ว่า  ผีสิงในคนมีจริงหรือ ผีแค่แสดงตัวในคนบางคนที่มีอาการผีเข้าเท่านั้นหรือ ผีแอบแฝงอยู่ในคนบางคนที่เชื่อศาสนาคาทอลิก หรือศาสนาอื่นเท่านั้นหรือ คริสเตียนมีผีหรือเปล่า แม้ว่าภาพยนต์จะเป็นแค่การแสดง แต่เขาก็มีการรับรอง มีการวิจัย และมีเค้าโครงเรื่องมาจากประสบการณ์ของคนไล่ผีที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน 

คนที่ปฏิเสธเรื่องนี้ คือคนล่วงโลกหรือเปล่า  แม้บางคนจะเชื่อว่าโลกมันแบน แต่โลกมันก็ไม่ได้แบนไปตามความเชื่อของคนโง่ๆ โลกมันกลมมันก็ยังกลมอยู่อย่างนั้น โลกมันไม่ได้แบนไปตามความเชื่ออันผิดพลาดของคนแต่อย่างใด ฉันใดก็ฉันนั้น  ผมขอเชิญชวนผู้เชื่อพระเยซูให้เปิดหูเปิดตา ว่าผีมีจริงไหม

สำหรับประสบการณ์ของผม ผีไม่ได้เพียงอยู่ตามศาลเจ้า หรือตามดอยตามป่า แต่ผีอยู่ในคนทั่วไปได้และมันสามารถทำลายคนได้มากจริงๆ ผีสามารถอยู่ในคนที่ปกติ ร่าเริง แจ่มใจ ไม่เจ็บไม่ป่วย ผีในเมืองเจริญแล้ว กับผีในชนบทมีการสำแดงของผีก็ต่างกัน  ต่างกันอย่างไร หากท่านติดตามเว็บนี้ไปเรื่อยๆ ผมจะค่อยๆ เฉลยให้ท่านทราบทีละนิด จนท่านกลายเป็นผู้เชื่ออีกคนหนึ่งที่สามารถขับผีได้จริงๆ และท่านไม่ต้องไปเที่ยวหาผีที่ไหนหรอก ผีมันอยู่ในคนทั่วๆ ไปนี่แหละ ถ้าท่านได้รับการเปิดเผยมากขึ้น ท่านจะพบมันแน่ๆ และผีเหล่านี้ไม่ได้น่ากลัวเลยสำหรับผู้มีความเชื่ออย่างแท้จริงในพระนามพระเยซู

มาถึงตรงนี้ อาจเกิดความสงสัยว่า  เราจะมีประสบการณ์ในสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร  ก็ด้วยการที่เราเปิดใจลองศึกษาดู และแสวงหาการเปิดเผยของพระเจ้าเท่านั้น พระคัมภีร์กล่าวไว้มากมาย เกี่ยวกับผีและวิญญาณร้าย เมื่อพระเยซูและสาวกอยู่ในโลกนี้  พวกเขาทำการประกาศแบบใด เขาไม่ได้เที่ยวไปบอกวิธีเป็นคนดี  ไม่ได้บอกหลักข้อเชื่อทางศาสนา แต่พระเยซูไปปลดปล่อย รักษาคนป่วยให้หาย ขับผีและดึงดูดคนมาหาพระเจ้าด้วยหมายสำคัญและการอัศจรรย์เหนือวิญญาณร้าย  ผมของวิงวอนว่า อย่าปิดหูปิดตาอีกเลย ลองมาศึกษา และเข้าใจ และออกไปปลดปล่อยผู้คนออกจากการครอบงำ ของวิญญาณกันเถอะ

ข้อพระธรรมหนุนใจ

"...พระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพของพระเจ้าแต่มิได้ทรงถือว่าการเท่าเทียมกับพระเจ้านั้นเป็นสิ่งที่จะต้องยึดถือ แต่ได้กลับทรงสละและทรงรับสภาพทาส  

ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์และเมื่อทรงปรากฏพระองค์ในสภาพมนุษย์แล้ว พระองค์ก็ทรงถ่อมพระองค์ลงยอมเชื่อฟังจนถึงความตาย กระทั่งได้สิ้นพระชนม์ที่บนกางเขน

เหตุฉะนั้นพระเจ้าจึงได้ทรงยกพระองค์ขึ้นอย่างสูง และได้ประทานพระนามเหนือนามทั้งปวงให้แก่พระองค์เพื่อเพราะพระนามนั้นทุกเข่า ในสวรรค์ ที่แผ่นดินโลก ใต้พื้นแผ่นดินโลก จะคุกลงกราบ  พระเยซู และ...

"เพื่อทุกลิ้นจะยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า"


พระธรรมฟิลิปปี บทที่ 2 ข้อ 5-11  

 "เวลาเย็นวันนั้นครั้นตะวันตกแล้ว คนทั้งหลายพาบรรดาคนเจ็บป่วย และคนที่มีผีสิงมาหาพระองค์ และคนทั้งเมืองก็แตกตื่นมาออกันอยู่ที่ประตู พระองค์จึงทรงรักษาคนเป็นโรคต่างๆให้หายหลายคน   และได้ทรงขับผีออกเสียหลายผี  แต่ผีเหล่านั้นพระองค์ทรงห้ามมิให้พูด เพราะว่ามันรู้จักพระองค์"
พระธรรมมาระโก บทที่ 1 ข้อ 32

 
[ [ ] ] 
[ [ ] ] [ [ ] ] [ [ ] ] [ [ ] ]

ใครที่ป่วยเรื้อรัง ป่วยทางร่างกาย อารมณ์หรือทางจิต หรือถูกวิญญาณรบกวน พยายามไปทำมาหลายสำนักแล้ว ทั้งหมอผี หมอเขมร หมอพราห์ม หมอสิงคโปร์  หมอยา หมอดู หมอศาสนา คนทรง หมอไสยศาสตร์ ไปถามเทพ ถามเจ้าหาว่ามีกรรมเก่า เลี้ยงผีเลี้ยงวิญญาณ ทำสะเดาะห์เคราะห์ เปลี่ยนชื่อ นอนโลงศพ  ปล่อยปลาไหล หอย หรือเต่า ฯลฯ หรือไปหาสำนักธรรมต่างๆ ก็ไม่หาย เสียเงินค่ารักษามากมาย ถูกต้มจนเปื่อยแล้วก็ไม่หาย หาทางออกไม่เจอ ไม่มีใครสามารถช่วยได้ บางคนถูกหลอกว่าต้องเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมเก่า 

อย่าเพิ่งสิ้นหวัง อย่าเพิ่งยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต  ชีวิตนี้ยังมีหวัง มีพระองค์หนึ่งที่ช่วยได้  คือพระเยซูเจ้า  โดยผ่านผู้รับใช้ที่ได้รับพระเมตตาให้สามารถปลดปล่อยคนออกจากพันธนาการแห่งบาป นิสัย อารมณ์ หรือวิญญาณร้ายทุกอย่าง โดยฤทธิ์อำนาจแห่งพระนามพระเยซูเจ้า

กรุณาติดต่อทีมของเรา เราทำเพื่อการกุศล เพื่อปลดปล่อยผู้คนให้มีสันติสุข ได้พบกับพระเจ้าองค์เที่ยงแท้  พระจริงๆ ที่ไม่ได้สร้างด้วยมือมนุษย์ เพื่อถวายเกียรติแด่พระนามพระเยซูเจ้า เรายินดีช่วยเหลือท่านอย่างจริงใจ  เราไม่เรียกร้องเอาค่ารักษา  และไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น


 [ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ]

"เมื่อท่านทั้งหลายได้พบกับสัจจะ สัจจะจะทำให้ท่านเป็นไทย"

"เหตุฉะนั้นถ้าพระคริสต์จะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไท  ท่านก็จะเป็นไทจริงๆ"

พระธรรมยอห์น บทที่ 8


[ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ][ ] 
ติดต่อเรา  idmcteam@gmail.com
[ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ][ ] [ ][ ] 

[บทความที่เกี่ยวข้อง]


การขับผีแบบคาทอลิก โดยสาธุคุณ คุณพ่อไพบูลย์ อุดมเดช

ความรู้เกี่ยวกับผี องค์ความรู้เรื่องผีของไทย


กลับไปหน้าแรกของบล๊อค คลิก
Original Writing of : Evangelist Rice: The exocism practice in the Name of Jesus Christ

3 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ10/02/2556

    อ่านแล้วชอบจังเลยค่ะ โดยส่วนตัวเป็นชาวพุทธ ที่ค่อนข้างจะเคร่ง ศรัทธาเป็นสิ่งที่จะสร้างสิ่งต่างๆได้มากมาย การที่มีใครสักคนพยายามให้คนคิดดีทำดีและมีศรัทธานั้นถือเป็นเรื่องดี ขอชมเชยค่ะ

    ตอบลบ
  2. ซาตานและปีศาจมีจริงเหรอเปล่า หรือว่าแหกตา

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. คุณไม่น่าจะถามคำถามนี้เลย เพราะคุณอยู่ในประเทศไทยแล้ว คุณก็น่าจะเห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความเชื่อเรื่องของผียังไง ถ้าคุณเชื่อว่าผีมีจริง แสดงว่าภูติผีก็ต้องมีจริงค่ะ

      ลบ

You may post your comments here.
หากท่านมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมหรือเสนอแนะเชิญออกความเห็นได้
(กรุณาใช้ข้อความสุภาพ และสร้างสรรค์)