แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การสร้างสาวก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การสร้างสาวก แสดงบทความทั้งหมด

เลิกเป็นเด็กกันดีกว่า Grow up in Christ 26-09-13



             
   เมื่อข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก ข้าพเจ้าพูดอย่างเด็ก คิดอย่างเด็ก ใคร่ครวญหาเหตุผลอย่างเด็ก แต่เมื่อข้าพเจ้าเป็นผู้ใหญ่ ข้าพเจ้าก็เลิกอาการเด็กเสีย เพราะว่าบัดนี้เราเห็นสลัวๆเหมือนดูในกระจก แต่เวลานั้นจะได้เห็นพระพักตร์ชัดเจน เดี๋ยวนี้ความรู้ของข้าพเจ้าไม่สมบูรณ์ เวลานั้นข้าพเจ้าจะรู้แจ้งเหมือนพระองค์ทรงรู้จักข้าพเจ้า (1 โครินธ์ 13)

ตอนลูกชายคนโตอายุ  8 ขวบ เขาบอกกับผมว่า “พ่อครับ โตขึ้นผมจะไม่มีแฟน ผมจะอยู่เป็นโสด”  ผมก็ฟังไว้   “อึม จริงหรือ”
มาบัดนี้ อายุเขายี่สิบสอง จะจบการศึกษา ป.ตรีแล้วในเดือนนี้แล้ว  ได้ยินข่าวแว่วๆ ว่า เริ่มมีอาการอยากมีแฟนแล้ว  ทั้งที่เขายังไม่ได้ทำงานก็ริจะมีแฟนซะแล้ว ไหนบอกว่า จะไม่มีแฟน

อุปนิสัยที่คนใหม่ต้องก้าวให้ผ่าน(1) Thai ways(1)




คนชาติใดก็จะมีเอกลักษณ์ประจำตัวของชนชาตินั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง  หน้าตา คิ้ว  สีผิว คนแต่ละทวีปก็มีสีผิวและลัษณะของร่างกายเป็นเอกลักษณ์  ที่สำคัญแต่ละชนชาติก็จะมีเอกลักษณ์ทางอุปนิสัยด้วย 

อุปนิสัยประจำชาตินี้ย่อมมีทั้งข้อดี และข้อเสีย อุปนิสัยหลายอย่างของคนไทย  เป็นอุปนิสัยที่ดี  เช่น การช่วยเหลือสังคมยามที่คนอื่นประสบเคราะห์ร้าย อุบัติภัยทางธรรมชาติ   การเคารพผู้อาวุโส   การนับถือตำแหน่ง ฐานะทางสังคมในระบบเก่า   แต่ก็มีอุปนิสัยหลายอย่างที่อ่อนแอ  ในบทความนี้จะนำเสนอแนวคิดหลายๆ ข้อ  ท่านผู้อ่านโปรดพิจารณาดูนะครับว่า คนใกล้ชิดท่านชนะได้แล้ว  ก้าวผ่านไปได้แล้ว หรือว่ายังหลุดๆ หลวมๆ  ดูแต่คนอื่นแต่ตัวอิเหนาเองก็ยังสลัดไม่หลุด กระจกบานนี้จะส่องให้ดู

อุปนิสัยที่คนใหม่ต้องก้าวให้ผ่าน(2) Thai ways(2)


ในตอนที่หนี่งผมได้กล่าวถึงอุปนิสัยที่อ่อนแอหลายประการ คือ

ก. ความอยากรวยจนเกินไป
ข. หลงไหลไสยศาสตร์
ค. เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง
ง. ความอิจฉาริษยา
จ. ชอบเล่นพวก

ในตอนนี้จะเขียนต่ออีกหลายข้อ แม้จะยาวไปบ้างแต่ก็คงไม่หมด ขอสกิดเอาเพียงแค่แสบๆ คันๆ นะครับ

ฉ. "คนไทยชอบสบาย" คนไทยบางส่วนชอบทำงานสบายๆ ไม่คิดการณ์ไกล ติดสบายตั้งแต่เล็ก สบายตั้งแต่เกิด เพราะประเทศไทยมีทรัพยากรอุดม ข้าวปลาอาหารบริบูรณ์ มีผักมีหญ้ากินได้ ปลามีในคลอง ใครขยันไม่อดตาย แต่คนไทยส่วนหนึ่งจะไม่ทำเพื่อให้มีฐานะดี หรือรวยหรอก เพราะความชอบสบายเขาจึงทำแค่พอเพียง ให้อยู่ไปวันๆ ก็พอ

ข้อคิดการสร้างสาวก Discipleship or Membership


ผู้เชื่อพระคริสต์เป็นแสน เป็นล้านคนไม่เคยรับรู้ว่า ความรอดพ้นบาปที่พวกเขาได้รับ มีคนที่รับข่าวดีมาส่งต่อ  คนส่งต่อต้องจ่ายราคาสูงมาก พวกเขาจึงจบชีวิตการเป็นผู้เชื่อด้วยการเป็นสมาชิกของโบสถ์ใดโบสถ์หนึ่งตลอดชีวิตการเป็นผู้เชื่อ พวกเขาไม่ได้ตอบสนองต่อพระคุณตามความคาดหวังของพระคริสต์ที่ได้ส่งสอนไว้

ปลููกสร้างคริสตจักรแบบไหนดี(1) Church planting, OK or Not OKay?

ลงทุนตั้งคริสตจักรทั่วไทยทำได้อย่างไร

การประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์โดยมิชชันนารี ด้วยวิธีการต่างๆ ในประเทศทไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ใช้เวลาเนิ่นนานมากกว่าจะนำคนบาปให้มาอยู่ในวิถีแห่งความหลุดพ้นบาป วัฒนธรรมบาป และอำนาจของวิญญาณร้ายนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถจะทำได้

มีคำกล่าวเสมอว่าๆ “คริสตจักรคือคำตอบ”  ตั้งแต่มิชชังคณะแรกเหยียบย่างเข้ามาในแผ่นดินสยาม ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ ในยุคอยุธยาจนถึงบัดนี้  เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าสี่ร้อยห้าสิบปีสำหรับการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระคริสต์ไถ่บาปในประเทศไทย คนไทยร้อยละ เก้าสิบเก้ายังไม่นับถือพระคริสต์  ที่ถืออยู่ก็ไม่เข้มแข็ง  บ้างถือเพียงเปลือกนอกของศาสนาแต่ไม่ได้นับถือพระเจ้า  เพราะไม่เข้าใจ  ไม่ได้รับคำสอนที่ลึกซึ้ง  ได้รับคำสอนเพียงบางส่วน หลายคนจึงไม่เคยมีประสบการณ์กับพระเจ้า

ปลููกสร้างคริสตจักรแบบไหนดี(2) Church planting, OK or not OKay?

การนมัสการตามบ้านของคริสตจักรบ้านแห่งหนึ่งใน จังหวัดพิษณุโลก
(ตอนที่สอง)

การเติบโตในพระคริสต์นั้น  เขาวัดกันที่ไหนล่ะ  พรรษาการเชื่อพระเจ้า  การไปโบสถ์เป็นประจำ  ตำแหน่งทางศาสนาในโบสถ์  ความรู้ทางศาสนา และศาสนศักดิ์ทางศาสนาของอาจารย์หรือ

คงไม่ใช่เช่นนั้นแน่นอน  ถ้าหากคนเหล่านั้นขาดสิ่งสำคัญในพระคริสต์คือ  ระดับความเชื่อ  ความรัก  ผลของพระเจ้าในชีวิตคน   การเอาชนะตัวเอง การครอบครองของประทานและ การมีภาระใจในการรับใช้ก็สามารถเป็นผู้รับใช้พระเจ้าได้  ถ้าเขาอุทิศถวายตัวให้พระเจ้า ยอมรับคำสอน  ยอมอยู่ใต้การดูแล  ยอมให้ผู้อาวุโสทางวิญญาณเป็นผู้สั่งสอน และสนับสนุนเขา เชื่อว่าเขาจะกลายเป็นสาวกมากกว่าการเป็นสมาชิกหรือนักการศาสนา  

ระบบศาสนาได้สร้างข้อกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ไว้มากมายในการอนุญาตให้ใครสักคนมาเป็นผู้นำความเชื่อ  มาเป็นผู้ปลูกสร้างคริสตจักร  การจำทำศาสนพิธี  การให้บัพติสมา การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา  จะทำได้หรือไม่ได้ต้องได้รับฉันทานุมัติจากคณะกรรมการใหญ่  และต้องทำตามระเบียบของกลุ่มเท่านั้น ดังนั้น ระบบและข้อกำหนดทางศาสนาอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการปลูกสร้างคริสตจักรเสียแล้ว

นอกจากเรื่องการสร้างคนให้เป็นผู้ทำการของพระเจ้าที่ต้องใช้เงิน และเวลาอย่างมากมายเพราะต้องเข้าเรียนในสถานศึกษาทางศาสนาเป็นเวลาอย่างน้อยสามปีครึ่ง  ต้องจบมัธยมศึกษาตอนปลาย  จึงจะสามารถมีคุณสมบัติพื้นฐานในการเข้าเรียนในโรงเรียนศาสนศาสตร์  

นอกจากเวลาในการสร้างคนให้เข้าสู่การรับใช้ในศาสนาที่ต้องใช้เวลายาวนานแล้ว   แทนที่ผู้จบพระคริสต์ธรรมออกมาจะมีหัวใจเพื่อคนบาป  ด้วยการออกไปเป็นเป็นผู้ปลูกสร้างคริสตจักรใหม่ๆ   ออกเดินทางไปในตำบล หมู่บ้านที่ยังไม่มีใครไปประกาศปลูกสร้างคริสตจักร   แต่พวกเขาจำนวนมากลับสนใจที่จะได้รับคำเชิญให้ไปเป็น ศิษยาภิบาลผู้ช่วยในสถานธรรมของศาสนาในโบสถ์อาคารที่มีผู้เชื่อมากอยู่แล้ว    เพื่อการดำรงชีพที่สุขสภาพ 

เพราะพวกเขาอยากเป็นนักการศาสนาอาชีพ ต้องการรับใช้พระเจ้าแบบสบายๆ  สถานศึกษาพระคริสต์ธรรมส่วนใหญ่ไม่ได้สั่งสอน หรือแนะแนวทางอาชีพ หรือฝึกอาชีพให้พวกเขาเพียงพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ ดังนั้นพวกเขาจึง ไม่มีความสามารถในการอาชีพใดๆ  นอกจากการประกอบพิธีกรรมและสั่งสอนทางศาสนาเป็นหลัก

เมื่อนักการศาสนาได้รับตำแหน่งเล็กๆ ในโบสถ์อาคารใหญ่  เขาจะคาดหวังความก้าวหน้าและมั่นคงของชีวิตนักการศาสนาอาชีพ  ด้วยการยอมทนต่อระบบ  ระเบียบ  และข้อปฏิบัติทางศาสนา  แม้เขาจะอึดอัดบ้างในตอนแรก  แต่ไม่นานก็เริ่มชิน  และชาชิน เพื่อการไต่เต่าไปสู่ความก้าวหน้าทางศาสนา  เพื่อตำแหน่งอันทรงเกียรติทางศาสนา

 ขั้นแรกเขาจะได้การสถาปณาเป็นผู้นำหลักในโบสถ์อาคารก่อน  คือได้ตำแหน่ง  ได้ศาสนศักดิ์  ได้รับการรับรองให้เป็นผู้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในโบสถ์ก่อนและไต่เต่าไปสู่ การได้รับศาสนศักดิ์สูงขึ้น  บรรดาศักดิ์ทางศาสนา (ตำแหน่งทางศาสนา) ที่สูงขึ้นและ  เขาจะรอโอกาสดีกว่าที่จะก้าวไปสู่การเป็นตัวแทนทางศาสนาของภูมิภาค  เพื่อเข้าไปเป็นสมาชิกสภาบริหาร  และหากโชคดี ได้รับเลือกให้เป็นผู้มีอำนาจในองค์กร   หากได้เป็นผู้นำองค์กร  ก็จะได้ค่าตอบแทนและผลประโยชน์มากมายรออยู่   นี่คือความใฝ่ฝันทางศาสนาที่ผู้เชื่อพระคริสต์ส่วนหนึ่งใฝ่ฝัน

ดังนั้นการทึกทักเอาว่า ใครอยู่นานในศาสนาจะมีอาวุโสมากทางวิญญาณสูงจึงเป็นสิ่งน่าคิด   เราจึงไม่สามารถจะวัดการเติบโตทางวิญญาณด้วยวุฒิการศึกษาจากสถาบันใดๆ ได้   ความเชื่อเรื่องความรู้ ศาสนศักดิ์  ผมที่งอกบนหัว อาจไม่สามารถรับประกันความอาวุโสทางวิญญาณได้  อันนี้คือมาตรฐานที่มนุษย์ในศาสนาตั้งขึ้นเท่านั้น

ในเมื่อคริสตจักรแบบอาคาร  แบบระบบศาสนาไม่สามารถเป็นคำตอบให้สังคมไทย  ไม่สามารถนำคนไทยมาถึงพระคริสต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เป็นไปได้ไหมว่า เราจำเป็นต้องกลับไปสืบค้นดูว่า  ในสมัยเริ่มแรกนั้น  คริสตจักรแพร่หลายอย่างรวดเร็วด้วยวิธีการใด   แน่ที่เดียว  หนึ่งในวิธีการที่เกิดผลคือ  การก่อสร้างคริสตจักรในบ้านผู้เชื่อ

คริสตจักรบ้านเป็นคริสตจักรต้นทุนต่ำ การก่อตั้ง หรือปลูกสร้างคริสตจักรบ้านเริ่มแรกไม่ต้องลงทุนต้นทุนสูงในการริเริ่ม  เพราะไม่เน้นการปลูกสร้างอาคารโบสถ์เพื่อใช้ในการนมัสการ  เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา  จึงไม่ต้องมีการเรี่ยไรซื้อที่ดิน ไม่ต้องรอเรียนให้จบวิชามหาศาสนศาสตร์   ไม่ต้องถืออดอธิษฐานขอเงินจากพระเจ้าเพื่อสร้างตัวอาคารคริสตจักร

ผู้บุกเบิกปลูกสร้างคริสตจักร จึงไม่มีความจำเป็นต้องแต่งหนังสือขอบริจาค  หาสปอนเซอร์ทำสัญญาช่วยเหลือการสร้างคริสตจักร   ไม่ต้องร่อนจดหมายไปทั่วไทย  หรือทำโครงการ ส่งจดหมายขอบริจาคไปไกลถึง เมืองฝรั่ง เกาหลี สิงค์โปร์ และจีน เพื่อขอเงิน เริ่ยไรหาเงินมาสร้างอาคารนมัสการ และเครื่องดนตรี อุปกรณ์ประกอบ เก้าอี้ยาว และสิ่งอื่นๆ สารพันที่ต้องใช้เงิน ใช้ทุนในการจัดซื้อ    อีกทั้งต้องจัดหาค่าใช้จ่ายเรื่องค่าตอบแทนผู้รับใช้  ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเครื่องอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีมาโดยไม่สามารถคาดเดาได้

ผู้เชื่อที่มีภาระใจ ผู้มีความเชื่อในพระเจ้า รู้จักสิทธิอำนาจของผู้เชื่อ ผู้ที่อุทิศถวายตัวในการรับใช้ หากได้รับการอบรมเพียงเล็กน้อย ก็สามารถเป็นผู้ออกไปประกาศปลูกสร้างคริสตจักรบ้านได้  ผู้เชื่อหากได้รับการสถาปณาเป็นผู้นำ  ได้รับการหนุนใจ  มีความเชื่อก็สามารถที่จะออกไปประกาศปลูกสร้างคริสตจักรบ้านได้  สามารถเป็นผู้ประกอบพิธีบัพติสมา สั่งสอนผู้เชื่อใหม่ในทางของพระเจ้าได้ 


คริสตจักรบ้าน คือแนวคิด  เป็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญเป็นคำตอบสำหรับการปลดปล่อยคนบาปออกจากศาสนาผี   การปกครองของวิญญาณ  เป็นสิ่งที่จะสามารถทะลุทะลวงเข้าไป ในทุกพื้นที่ของไทย ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เพราะเป็นคริสตจักรที่ ลดต้นทุน แทบไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ไม่ต้องพึ่งพิงเงินนอก ไม่ต้องง้อนายทุน เงินนอก ไม่ต้องรอให้พร้อมทุกอย่างก่อนทำ ไม่ต้องส่งคนไปเรียนพระคัมภีร์ก่อนเพื่อให้ได้ใบปริญญาก่อน   ขอเพียงแค่ "คุณมีใจ พระเจ้าจะมีวิธี"

 คริสตจักรบ้านไม่ใช่ลัทธิเพี้ยน ไม่ใช่ของใหม่ ไม่ใช่กลุ่มที่เพิ่งเกิดขึ้นเพราะผู้เชื่ออยากเป็นใหญ่เป็นโตที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับกฎระเบียบทางศาสนา และกฎหมายของบ้านเมือง   แต่คริสตจักรบ้านคือของเก่าที่ถูกลืม แท้จริงคริสตจักรบ้านคือคริสตจักรที่เป็นรูปแบบมาตั้งแต่ คริสตจักรเริ่มแรกแล้ว (Early Church) ขอเชิญชวนพี่น้องลองพิจารณาดูนะครับ ว่าคริสตจักรต้นทุนต่ำนี้จะเป็นคำตอบของการประกาศข่าวประเสริฐ เพื่อทำพระมหาบัญชาให้สำเร็จได้หรือไม่

เมื่อถึงตอนนี้  ข้าพเจ้าใคร่ขอเสนอให้ท่านผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายได้ลองทบทวนดูหน่อยได้ไหมว่า  ระบบที่มีอยู่มันเป็นอุปสรรคต่อการขยายแผ่นดินของพระเจ้า หรือไม่

มีวิธีอื่นที่ดีกว่าการปลูกสร้างคริสตจักรแบบอาคาร  ต้องมีนักการศาสนาอาชีพ ที่อาศัยการเลี้ยงดูจาก  ทุนนอก  จากระบบศาสนาเพื่อให้เขาสืบทอดศาสนาอีกหรือไม่  หรือว่า  หากเปลี่ยนระบบเก่าไม่ได้   ก็ขอเปิดใจสร้างผู้นำรุ่นใหม่ๆ  และส่งเสริมให้เขาออกไปปลูกสร้างคริสตจักรใหม่ๆ  ด้วยการให้เขาได้ปกครองตนเอง  ส่งเสริมให้เขาก้าวออกไปสู่การเป็นสาวกที่  ไม่ต้องมีกฏระเบียบหยุมหยิมคอยหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ใครออกไปไหนไกลได้ไหม

เพราะการปลูกสร้างคริสตจักรแบบอาคารต้องใช้ทุนสูง  ต้องอาศัยนักการศาสนามืออาชีพที่ไม่สามารถดูแลการเลี้ยงชีพของตนเองและครอบครัว   เมื่อได้เป็นผู้นำก็จะสร้างแต่สมาชิกสมบูรณ์เพื่อความมั่นคงขององค์กร  และตัวเองไปเรื่อยๆ

 การจะปลูกสร้างคริสตจักร  ต้องใช้ทรัพยากรมากจนเกินกำลังของระบบศาสนา   แล้วคริสตจักรไทยจะทำพระมหาบัญชาให้สำเร็จได้อย่างไร  ถ้าคริสตจักรไม่ปรับปรุงยุทธวิธี ไม่ยอมรับวิธีการที่หลากหลาย  และเปิดใจปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกสร้างคริสตจักรกลับไปสู่แบบดั่งเดิม

ขอพระเจ้าอวยพระพรให้เจริญขึ้นในความเชื่อ การอุทิศตน และการเกิดผลในพระคริสต์

@ Rice Mu
August 7, 2013
A message from `Rice mu:
All right reserved:

ตอนที่ 1

ตอนที่ 2

บทความเกี่ยวข้อง

ข้อคิดการสร้างสาวก

HOME กลับไปหน้าแรก



Tag:  การพัฒนาคริสตจักร + วิธีการเทศนา +การปลูกสร้างคริสตจักร+ การสร้างสาวก + วิธีการสร้างสาวก+ การเป็นผู้นำอนุชน+ การจัดการคริสตจักร+การบริหารคริสตจักร+ สหกิจคริสเตียน+ องค์กรคริสเตียนในประเทศไทย+ การนำนมัสการ+ เคล็ดลับในการเติบโตกับพระเจ้า

รู้จักพระคัมภีร์ไบเบิ้ล Know your Bilble


การที่ผู้เชื่อเริ่มได้รู้จักพระคริสต์ ย่อมต้องได้รับการสั่งสอนและต้องเรียนรู้อีกมาก  คงไม่เหมือนการนับถือผีที่ผู้ไหว้ผีไม่ต้องเรียนรู้อะไร  จะทำอะไรก็มีหมอผี หรืออาจารย์ช่วยทำให้ แต่ไม่ใช่เช่นนั้นผุ้เชื่อพระคริสต์ จำเป็นต้องเรียนรู้และศึกษามากมายตลอดชีวิต  สิ่งหนึ่งที่คริสเตียนผู้เชื่อพระเจ้าขาดไม่ได้คือ การศึกษาพระคัมภีร์ หรือพระวจนะของพระเจ้า

บทความนี้จะสอนย่อๆ ถึงวิธีการเรียนรู้พระคัมภีร์อย่างง่ายๆ
โปรดติดตามอ่านนะครับ

รู้จักพระคัมภีร์ (พระวจนะของพระเจ้า)

      หนังสือในโลกมีมากมายแต่พระคัมภีร์ไม่เหมือนหนังสือเล่มอื่นใดในโลกเพราะพระคัมภีร์มาจากการลิขิตเป็นการเขียนด้วยการดลจิตดลใจจากพระเจ้า   พระคัมภีร์เป็นสิทธิอำนาจจากพระเจ้า มีความน่าเชื่อถือ มีหลักฐานสนับสนุน ได้แก่

ความน่าสลดใจสามประการ Three inconvenient truth about my faith




ความน่าสลดใจในศาสนาคริสต์ 3 ประการของผม (แค่เท่านี้ก็พอ)

ในประเทศไทย การจะได้มีโอกาสฟังเรื่องพระกิตติคุณความรอดด้วยการไถ่บาปจากพระคริสต์แล้วเกิดความเชื่อศรัทธา  มาเชื่อถือพระเจ้านั้นเป็นการยากยิ่ง ดุจเป็นการค้นหาของมีค่าที่หายไปในมหาสมุทร  ดังนั้น การจะเชื่อพระเจ้านั้นยากยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทร์

แต่การที่จะเติบโตกับพระเจ้ายังต้องฝ่าฟันอุปสรรค์ทางศาสนาไปอีกไม่รู้กี่อย่าง ไม่รู้กี่ปีกว่าจะได้พบความจริง บางคนไม่ค้นพบจนตาย แต่หลงเข้าใจว่า ตัวเองรอดแล้ว และทำดีที่สุดแล้ว

ผมมีข้อคิดสามประการจากประสบการณ์มาฝากมาเล่าให้ฟัง  แม้ว่าจะเป็นความจริงที่หลายคนรู้เต็มอกแต่ไม่กล้าเล่า ไม่กล้าบอก หรือบางคนไม่อยากจะให้ใครรู้เลย เพราะอะไรลองคิดเอาเองนะครับ  คือ




ทำไมบอกว่าเป็นสมาชิกของผม? Why do you say "MY MEMBER"?


                                                                             "สมาชิกของผม จริงหรือ"

คิดยังไงกับคำว่า "สมาชิกของผม" "สมาชิกของโบสถ์" "สมาชิกของคณะเรา"

คำว่า "สมาชิกของโบสถ์" มีใช้ในพระคัมภีร์หรือไม่เพียงไร คำที่ใช้เรียกว่าผู้เชื่อพระคริสต์ที่มาร่วมสามัคคีธรรมร่วมนมัสการพระเจ้าถ้าเราเรียกว่า "พี่น้อง" จะดีกว่าไหม"

แท้จริงเป้าหมายของการเป็นคริสเตียนน่าจะเป็นการสั่งสอน อบรมสร้างผู้เชื่อให้เป็นสมาชิกตลอดกาล(ถาวร)หรือสมาชิกสมบูรณ์เท่านั้นหรือ  หรือว่าเป้าหมายของการเป็นคริสตจักรคือที่ที่มีกระบวนการสร้างผู้เชื่อให้เข้มแข็ง จนทำให้เขา/เธอกลายเป็นสาวก ต่อจากนั้นเขาหรือเธอต้องถูกส่งออกไปตั้งคริสตจักร และสร้างผู้เชื่อรุ่นต่อไป ใช่หรือไม่

พระบิดามาแล้ว? The Father God is here?

-=- พระบิดามาแต่ไหนหนอ -=-

รู้สึกตกตลึง ที่ได้อ่านการโพส และคำสอนของคริสเตียนยุคสุดท้าย
พวกเขาอ้างว่า ได้พูดคุยกับพระเจ้า สามารถคุยกับพระบิดาได้เหมือนโมเสส

พักก่อนก็มีพระบิดาหลายตน โพล่มาทางหน้าเฟซบุ๊ค แต่ละคนก็เผยพระวจนะ อ้างตัวเป็นพระเจ้าเข้าสิง เป็นพระบิดา สั่งสอนบรรดาคริสเตียนที่อ่อนแอด้านพระวจนะ ให้ทำโน่นทำนี่ พูดจาเข้าทำนองเสียดสีคริสตจักรไทยที่มีเรื่องยุ่งๆ ทะเลาะและแย่งกันเป็นใหญ่ ซึ่งมันก็เป็นธรรมดาของคนบาป แต่การสอนแบบนี้ไม่สามารถยืนยันว่าเป็นมาจากพระบิดา คนที่อ้างตัวเป็นพระเจ้ายิ่งหากเป็นคนมีฐานะดี ก็คิดว่าไอ้ความร่ำรวยที่ข้ามี ที่ข้าเจริญเพราะข้าเป็นพระบิดา มีพระบิดาบอก

บางคนเป็นผู้รับใช้พระเจ้าดีๆ ไม่ชอบอยากเป็นแม่ยก เหมือนแม่ยกลิเก
ใครหลงไปติดตามพระบิดาในร่างคน ถ้าไม่บ้าพระเจ้าเต็มพิกัดแล้ว ก็หลงภพแล้ว

ใครอยากพบพระเจ้าผมเข้าใจว่า ควรแสวงหาด้วยการอ่านพระวจนะ และฟังคำสอนของพวกอัครทูตจะดีกว่า การวิ่งไปตามหาพระบิดาที่สิงอยู่ในร่างคน (ศาสนาคริสต์ไม่มีคำสอนแลแบบนี้)

สำหรับเรื่องนี้ผมคิดว่า มันทะแม่งๆ นะ เพราะไม่เคยได้พบได้เห็นว่า จะมีใครสามารถไปถามพระเจ้าได้ แล้วเอามาเล่าเป็นตุเป็นตะแบบนี้ คนที่ทำแบบนี้สงสัยมาแนวเดียวกันกับ "เณรคำ" ที่ระลึกชาติได้เป็นหมื่นๆ ปี  ผู้คนที่มืดมนไม่ได้รู้ความจริงก็พากันหลงติดตาม  ประเคนให้ทุกอย่างแม้กระทั้งเครื่องบินส่วนพระองค์

ฮ่าๆ พี่น้องยุคสุดท้ายแล้วจริง

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙
[มธ.24:5]
  ด้วยว่าจะมีหลายคนมา ต่างอ้างนามของเราว่าตัวเขาเป็นพระคริสต์ เขาจะให้คนเป็นอันมากหลงไป
[มก.13:6]
  ด้วยว่าจะมีหลายคนมา ต่างอ้างนามของเราว่า "เราเป็นผู้นั้น" และจะให้คนเป็นอันมากหลงไป
[ลก.21:8]
  พระองค์ จึงตรัสว่า "ระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง ด้วยว่าจะมีหลายคนมา ต่างอ้างนามของเราและว่า "เราเป็นผู้นั้น" และว่า "เวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว" อย่าตามเขาไปเลย

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ ๘๘๘๘๘๘๘๘๘ ๗๗๗๗๗๗
HOME

คุยกับเซเว่นเดย์? (3) A Dialogue with The 7th No.3


คุยกับ The Seventh ตอนที่ 3

หลังจากร่างยาวมาถึงสองตอน ตอนนี้เป็นตอนที่สาม สุดท้ายแล้วครับโปรดติดตามตอนต่อเนื่องครับ

(๓) ผมไม่เชื่อว่าพระเจ้าแห่งปิ่นสากลโลกจะเป็นพระเจ้าของกลุ่มเซเว่นเดย์เพียงกลุ่มเดียว ตามคำทำนายที่กลุ่มเซเว่นเดย์กลุ่มนี้อ้าง มีการสอน มีการพยากรณ์อ้างว่า “คริสตจักรเซเว่นเดย์ของเรา (สรรพนามเรียกตัวเองของคนที่อ้างว่าพระเจ้าให้นิมิต) ผมไม่เชื่อว่าพระเจ้าจะรักแต่พี่น้องเซเว่นเดย์เท่านั้น

คุยกับเซเว่นเดย์? (2) A Dialogue with The 7th No.2


The 7th ตอนที่สอง


มาเข้าเรื่องกลุ่มเซเว่นเดย์ที่มาเยี่ยมผมต่อครับ

ข. กลุ่มนี้เชื่อว่า ต่อไปโลกจะมีการนำเอาระบบฝังไมโครชิพมาใช้กับคน ทุกคนจะต้องถูกฝังไมโครชิพ  และจะมีบริษัทต่างชาติเข้ามาลักลอบเอาข้อมูลส่วนตัวของคนที่ถูกฝังชิพ เอาไปใช้ประโยชน์ในทางไม่ดี และภายหลังจากนั้นจะมีการใช้ระเบิดที่สามารถติดต่อผ่านระบบ GPS ของชิฝ สามารถจะฆ่าใครก็ได้ที่เชื่อพระเจ้า ที่มีชิพฝังอยู่ในตัว

คุยกับเซเว่นเดย์? (1) A Dialogue with The 7th No.1

                                                    The 7th Day (No.1)

มีเรื่องเล่าน่าคิดมากๆ มานำเสนอๆ อีกแล้วครับพี่น้องทุกท่าน

วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๐๑๓ มีกลุ่มคนอ้างว่ามาจากกลุ่มอิสระของ เซเว่น เขาอ้างว่าเขาออกมาจากกลุ่มเซเว่นย์เดย์เพราะเข้าใจว่า การทำงานของหัวหน้ากลุ่มไม่สอดคล้องกับแผนการของพระเจ้าในยุคสุดท้าย พวกเขาจึงทำการแยกตัวออกมาเป็นกลุ่มใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์ในการทำการประกาศข่าวดีเรื่องพระคริสต์ไปตามที่ต่างๆ เพื่อนำคนมาเชื่อพระเจ้าด้วยตนเอง ไม่สังกัดใคร

บ่นคือวิบัติ Complaining is cursing

พี่น้องคนหนึ่งในกลุ่มThai Debate ฝากถามมาว่า

"คิดเห็นอย่างไร กับคนชอบบ่น บ่นเรื่องดินฟ้าอาอาศ บ่นเรื่องคนรอบข้าง บ่นเรื่องสถานการณ์ต่างๆ และบ่นอีกหลายๆ เรื่อง"

[[[ ความคิดเห็นของผม คือ ]]]

การบ่นคือวิบัติ ไม่ใช่พระพร มันเป็นตัวปิดกั้น สิ่งดีทั้งหลายที่จะเข้ามาในชีวิต และเป็นตัวดับพระพรอันดับหนึ่งครับ โดยเฉพาะการบ่นว่ากล่าวโทษพระเจ้า

ใครอยากยากจน ขัดสน แย่ไปทุกอย่าง ซวยซ้ำๆ อารมณ์เสียบ่อย ครอบครัวแตกสลาย ให้บ่นบ่อยๆ บ่นซ้ำๆ บ่นเยอะๆ ครับ แล้วจะสมหวัง

ดู พระธรรมกันดาวิถี บทที่ 14 ครับ

Rice Mu: March 23, 2013
HOME

ผู้ยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องชนะเลิศเสมอไป A Key to be a Hero



      เรื่องราวของผู้แพ้ที่กลายเป็นวีรบุรุธ เป็นบุคคลตัวอย่างของโลก John Stephen Akhwari

จอร์น สตีเฟ่น แอควารี ( John Stephen Akhwari)

ในการแข่งขันโอลิมปิค ปี ค.ศ. 1968 ที่ประเทศเม็กซิโก จอร์น สตีเฟ่น แอควารี  เป็นนักกีฬาวิ่งมาราธอน ขณะอายุ 30 ปี จากประเทศแทนซาเนีย เขาเข้าสู่เส้นชัยช้าไปกว่า 4 ชั่วโมง

เรียกอย่างไรดีสมาชิก หรือพี่น้อง Members of brothers



 
My members or my brothers in the church" เรียก "สมาชิกของฉัน หรือพี่น้องในคริสตจักรของฉันดี"

ตอนนี้ผมพยายามจะเปลี่ยนความเคยชินคำพูดติดปากกว่าห้าสิบปีที่ชอบเรียกคนที่มาเชื่อพระเจ้าที่อยู่ร่วมกัน ทำงานรับใช้ด้วยกัน จากคำว่า "สมาชิก" มาเป็น "พี่น้องในพระคริสต์" หรือ "พี่น้องในคริสตจักร"

แค่การจะเปลี่ยนคำพูดแค่นี้ผมยังสับสน และต้องใช้เวลาปรับตัว เพราะผมพูดคำนี้มากว่า ห้าสิบปี พอถึงเวลาเปลี่ยนมันรู้สึกกระเดียม และมันช่างเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าลำบากเสียจริง  ชอบเพลอพูดไปเหมือนเดิมอยู่เรื่อย

จะย้ายโบสถ์ไปทำไม Why do you move from church to church

                                                                    ???



คนจำนวนไม่น้อยดีอกดีใจ  หากมีใครสักคนที่ “แตกแยก” และหนีจากที่อื่นมาเข้าโบสถ์ หรือเข้ากลุ่มกับเขา  การมีคนมาเข้าร่วมกลุ่มมากขึ้นอาจทำให้ผู้นำบางคนรู้สึกดีดูเหมือนว่า  กลุ่มใหญ่ขึ้นนะ มีคนเยอะขึ้น  ดูท่าทางจะไปได้สวยนะ โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมาก


แต่เมื่อเราสังเกตดูได้จากประสบการณ์ของหลายท่าน   ผมพบว่า” ไม่แน่นะ” เพราะคนที่เข้าที่ไหนไม่ได้มักจะติดเป็นนิสัยถาวร ต้องย้ายไปเรื่อยๆ  เหมือนชายที่มีหลายเมีย หญิงหลายผัว   เป็นคนประเภท  "โทษคนอื่นเห็น เป็นเท่าภูเขา ผิดของเรามองเห็นเป็นเส้นขน"   "ตดของข้าไม่เหม็นแต่ตดของใครๆ เน่าเหม็นที่สุด" 

คนประเภทนี้มักจะไม่รู้ตัวเองว่าเป็นคนติดยะโสและเย่อหยิ่งใครสอนไม่ได้  ถือดี  คิดว่าตัวเองรู้มาก ประสบการณ์เยอะ  ก้มหัวไม่เป็น  ยิ่งเรียนมากยิ่งก้าวร้าว  ยิ่งเรียนยิ่งกดคนอื่น 
เพื่อผลประโยชน์ชั่วคราวเขาจะสามารถทำได้ทุกอย่าง ยอมถ่อมใจบ้างเป็นบางครั้ง   เขาสามารถพูดหวานๆ  สุภาพ เพื่อให้ได้ภาพลักษณ์ทีดีให้ตัวเอง  เพื่อหวังประโยชน์จากคนอื่น  พอไม่ได้ตามที่คาดหวังก็จะขมขื่นและกลายเป็นคนสับสนกับตัวเอง   พูดจาเหมือนกับตัวเองเป็นเทวดา  เป็นเจ้านายใหญ่ ไม่เกรงใจใคร ไม่กลัวใครเลย


...เรียน.หรือเรียนรู้ study or learned


                                       พระองค์ตรัสแก่เขาว่า   “จงเอาใจจดจ่อต่อสิ่งที่ฟังให้ดี"
                                                                         มาระโก 4:24:

พลังอธิษฐาน Power of Prayer (3)


 สาวคนนี้เธอทุกข์ทรมานกับ วิญญาณผีพม่าหลายๆ ตัวรบกวน  ผู้นำคริสตจักรขอความช่วยเหลือให้เราไปช่วยอธิษฐานปลดปล่อย ปรากฎว่ามีผีแสดงตัวออกมา  เราก็ขับออกไป แต่ไม่นานก็กลับมาอีก ภายหลังเขาจึงมาหาเราที่บ้าน  เราสอนพระคัมภีร์และอธิษฐานให้อีกครั้งหนึ่ง  ปรากฎว่ามีผีที่อ้างชื่อเป็นชาวพม่าออกมาหลายตัวเหมือนกัน

 ===============================

ในสองตอนที่ผ่านไปผมได้บรรยายถึงวิธีการอธิษฐาน และปัจจัยที่ทำให้เกิดผลไปบ้าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น ผมจึงขอสรุปย่อๆ ดังนี้

พลังอธิษฐาน(2) Power of prayer



 
                   เด็กน้อยคนหนึ่งปวดท้องมาก เมื่อเราวางมือเขาอ๊วกบางอย่างออกมาอย่างรุนแรง
                    ต่อมาเขาก็หายจากอาการปวดอย่างปลิดทิ้ง ด้วยคำอธิษฐานในพระนามพระเยซู

เมื่อพระเยซูทรงอธิษฐานอยู่ในที่แห่งหนึ่ง   พอจบแล้วสาวกของพระองค์คนหนึ่งทูลว่า   “พระองค์เจ้าข้า   ขอสอนพวกข้าพระองค์ให้อธิษฐาน   เหมือนยอห์นได้สอนพวกศิษย์ของตน”
ลูกา
11:9-10
 
ในตอนที่หนึ่งผมได้เกริ่นไปแล้วถึงพลังอธิษฐานที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของคนของพระเจ้า  ผมชอบใช้คำว่าคนของพระเจ้า(
Man of God) มากกว่าคำว่าผู้รับใช้ เพราะผมเห็นผู้รับใช้ในเมืองไทยจำนวนหนึ่งกลายเป็นคนใช้ของคนจริงๆ มากกว่าการเป็นคนใช้หรือเจ้าหน้าที่ของพระเจ้า