แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Revival แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Revival แสดงบทความทั้งหมด

A Living Free Seminar: May 3-4, 2010 สัมมนาสู่เสรีภาพ





A Living Free Seminar: Mae Sai Chiang Rai, Thailand

Date: May 3-4, 2010

Place: Ponpasert Foundation, Mae Sai, Chiang Rai, Thailand

It was a wonderful seminar during a hot month in Thailand. Without an air conditioned room, but a room that the temperature reached to 35 decree Celsius in the middle of the day, brothers and sisters in Christ gathered in this place for a Living Free Seminar lead by Ajarn Reewat, a Sydney House of Faith Church’s evangelist .

About 30 participants from churches in Mae Sai area responded to Ajarn Reewat’s invitation to join a two-day Seminar called
“A Living Free" or so called “Inner healing or deliverance”.

Because of the limitation of the number of the participants, this seminar could welcome only 30 people. It was a wonderful deliverance ministry ever conducted in Mae Sai or I could say that in Chiang Rai for the past decades.

Deliverance is something new and unknown to many pastors and local preachers because this subject is not taught in the seminaries or Bible colleges or any well-known Bible colleges in Thailand. From my experience learned from my teachers, Pastor Robert and Apostle Bruce I think it is a must training in every church and Bible colledge. But, still, it is unknown to many Christians. Pastors and Christians are not aware of the existance and the influence of demons in people's lives.

During the final session, many people got delivered from their emotional trauma, bitterness, unforgiveness, materialism, influences of demons over their lives.

Holy Spirit’s presence made the deliverance possible. There was strong anointing pouring down on the people during the closing of the six doors. Participants fell over many times when the Holy Spirit delivered them from spiritual sickness, demonized characters, trauma and spiritual leakages in their spirits.

I would like to give my appriciation and thanks to servants of God, pastors and co-workers who have the gifts of the Holy Spirit and the power of anointing;
Pastor Srimoon from Kao Dee Church, Pastor Mc, Pastor Ya (Joshua), Pastor Sombat, Pastor Umapon, Pastor Detis from Burirum, Rev. Potipan from Sadudee Church Bkk, Madam Shila, Ms Lily and everyone who gave a hand to this ministry.

Thank You Jesus for your faithfulness and deliverance.

Thank You Holy Spirit for your presence, power and anointing.

Watch a video clip: Healed by prayer in the name of Jesus
.......................................
การสัมมนาสู่เสรีภาพ เป็นการจัดสัมนาเพื่อปลดปล่อยด้านจิตวิญญาณ ผู้เข้าร่วมการสัมมนาจะได้รับการ
ปลดปล่อยจากปัญหาซ่อนเร้น คำแช่งสาป ความเจ็บป่วย แผลในใจ การรบกวนของวิญญาณไสยศาสตร์, วิญญาณบรรพบุรุธ, ผีบ้านผีเรือน, ผีหมู่บ้าน, ผีเมือง, ผีปู่เฝ้าสมบัติ, ความคิดฆ่าตัวตาย, ความหดหู่, การเสพติดภาพลามก, ความคิดสับสน, ถูกวิญญาณรบกวน ฝันร้าย โชคร้าย ความเจ็บไข้ ปัญหาหลายๆ ด้านของชีวิตที่ทำให้บุคคลไม่สามารถดำเนินชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองได้

การจัดการอบรมใช้เวลา 2 วัน เงื่อนไขในการเข้าร่วมกิจกรรม ผู้เข้ารับการอบรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่มีข้อแม้ว่าผู้เ้ข้าร่วมจะต้องเป็นผู้ที่ มีความตั้งใจจริง มีความปราถนาอยากรับการรักษาเยียวยาด้าน จิตใจ และวิญญาณ สามารถอยู่ร่วมการสัมมนาตลอดระยะการจัดอบรม จนสิ้นสุดการสัมมนา

ผู้จัดการอบรมและวิทยากรเป็นผู้ที่มีของประทาน มีความเชื่อในเรื่องการปลดปล่อยด้วยฤทธิอำนาจของพระเจ้าที่ยังมีอยู่ในพระเยซูคริสต์ในยุคปัจจุบัน การจัดการอบรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ ลัทธิ คณะ หรือโบสถ์ที่เป็นการปฎิบัติพิธีกรรมตามธรรมเนียมเหมือนศาสนาทั่วไป


ในการจัดอบรรมสัมมนาในครั้งนี้ได้รับความเมตตาจากวิทยากรทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงกลุ่ม และเป็นทีมอธิษฐานปลดปล่อยโดยเฉพาะ ท่านอาจารย์ผู้มีของประทานและพลังฤทธิเดชของพระเจ้าหลายท่าน คือ ท่าน ศานาจารย์ศรีมูล ชัยวังเย็น จากคริสตจักรข่าวดี , อ.เดทิศ ปุสุรินทร์คำ จากคริสตจักรของพระเจ้าบุรีรัมย์, อ. โพธิพันธ์ มงโพธิ์ จาก คจ. สดุดี, พาสเตอร์อุมาพร อ่ำหงษ์ จาก คริสตจักรปฐมกาล, พาสเตอร์กิตติคุณ มาวิน, ว่าที่พาสเตอร์ วิทยา ไพโรจน์สันติกุล, พาสเตอร์สมสมัย ตอบุญธง(สมบัติ), มาดาม ชีลา, และมิส ลิลลี่, จึงขอกราบขอบพระคุณ และขอบคุณมา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง

ขอบพระคุณครอบครัว อาจารย์สำราญ และอาจารย์หญิงแห่งมูลนิธิพรประเสริฐ พร้อมครอบครัวที่อุทิศเวลา และเอื้อเฟื้อสถานที่และอำนวยความสะดวก ในทุกด้านจนการจัดสัมนาสำเร็จลุล่วงด้วยดี

ขอบคุณเจ๊ยอดที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานที่พักวิทยากร และอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ
ขอบคุณน้องหญิง และคุณโยเซฝ ลูกสาวและลูกเขย อ.สำราญที่ร่วมมือ และช่วยดูแลทุกด้าน

ขอบคุณคริสตจักรบ้านแห่งความเชื่อ แห่งเมืองซีดนีย์ ประเทศออสเตรเลียที่อธิษฐานเผื่อ และให้กำลังใจ โดยเฉพาะพาสเตอร์โรเบิรท์ ที่เป็นอาจารย์และที่ปรึกษาฝ่ายจิตวิญญาณของข้าพเจ้าตลอดมา

ผลการจัดการอบรม: ผู้รับการอบรมได้รับการปลดปล่อยจากปัญหามากมาย; ได้รับความปิติยินดีและ
ชื่นชมยินดีในการทรงสถิตของพระเจ้า คือพระเยซูคริสตฺ์ ผู้เป็นพระเจ้าเหนือเทพเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทฺธิ์ทั้งปวงทั้งในโลก และสากลจักรวาล หวังว่าผู้่เข้าร่วมการอบรมทุกท่านจะรักษาการความบริสุทธิ์ทั้งชีวิตและจิตวิญญาณ เพื่อไม่เปิดโอกาสให้วิญญาณโสโครกต่างๆ แอบเข้ามาฉุดดึงเราได้ไปสู่ความตกต่ำ เป็นคริสเตียนที่ย่ำอยู่กับที่อีกต่อไป แต่เป็นคริสเตียนที่กล้าที่จะออกไปประกาศพระบารมีของพระเจ้า โดยออกไปวางมือรักษาคนเจ็บคนป่วยให้หาย ขับผีและวิญญาณที่รบกวนผู้คน ด้วยอิทธิฤทธิ์แห่งพระนาม "พระเยซู"









อิสยาห์ 51:14 ผู้ใดที่ค้อมลงจะได้รับการปลดปล่อยโดยเร็ว เขาจะไม่ตายและลงไปสู่ปากแดนมรณา
ทั้งอาหารของเขาจะไม่ขาด

1 ยอห์น 1:8-9
ถ้าเราทั้งหลายจะว่าเราไม่มีบาป เราก็ลวงตนเอง และสัจจะไม่ได้อยู่ในเราเลย ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น

อิสยาห์ 59:2
แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแยกระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และบาปของเจ้าทั้งหลาย ได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า พระองค์จึงมิได้ยิน เพราะมือของเจ้ามลทินด้วยโลหิต และนิ้วมือของเจ้าด้วยความบาปชั่ว ริมฝีปากของเจ้าได้พูดคำเท็จ

เราเชื่อว่าศาสนาใดก็ตามรวมทั้งศาสนาคริสต์ไม่สามารถช่วยให้คนได้รู้จักพระเจ้าที่แท้จริงได้ ถ้าคริสต์จักรเหล่านั้นยังประณีประนอมกับความบาป ผู้ปกครองคริสตจักรยังเป็นพวกกินเหล้า เสพยา ถือศาสนาแต่เปลือกนอก ไม่ยำเกรงพระเจ้า มือถือสากปากถือศีล เข้าโบสถ์ตามพิธีกรรม ชอบทำบาป เป็นทาสของสิ่งของต่างๆ แอบทำบาปลับหลังผู้นำ ศาสนาจารย์และอาจารย์ทางศาสนาบางคนแสวงหา การยอมรับของมนุษย์ และทำงานเพื่อความอยู่รอดของชีวิตและครอบครัวมากกว่าการประกาศข่าวประเสริฐด้วยการเทศนาที่สำแดง (Demonstration of God's Power) ฤทธิอำนาจของพระเจ้า โกงเงินพระเจ้า ดีแต่สอนคนอื่นแต่ตนเองทำไม่ได้ ถือศาสนพิธีมากกว่านับถือพระเจ้า ดีแต่สอนศาสนาแต่ตัวเองยังบาปหนา พ่ายแพ้ต่อตัณหา และความอยาก เย่อหยิ่ง คิดว่าตนเองดีกว่าคนอื่น ไม่ถ่อมใจยอมรับฟังผู้น้อย

ถ้าคุณอยากรู้จักพระเจ้าองค์เที่ยงแท้
ลองอธิษฐานดังนี้

"ถ้าพระเจ้ามีจริง พระเยซูคริสต์มีจริง ขอโปรดสำแดงพระองค์เองกับข้าฯ ด้วย" อาเมน

หากคุณมีปัญหา ไร้ทางแก้ พระเยซูคริสต์ช่วยคุณได้
ตั้งสัจจะอธิษฐานดังนี้

"ถ้าพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าสูงสุด ผู้ปกครองเหนือสรรพสิ่ง หากพระองค์สามารถช่วยแก้ปัญหาชีวิต หรือรักษาโรคภัยได้จริง ขอจงช่วยข้าพเจ้า ให้ข้าพเจ้าได้พบพระองค์ในความฝัน หรือนิมิต หากข้าฯ ได้รับคำตอบ ข้าฯ ยินดีเป็นผู้เชื่อต่อพระองค์ตลอดไป อาเมน"

"เชื่อเถอะ พระเยซูคริสต์ เป็นพระเจ้า พระองค์ยังเป็นอยู่ สามารถช่วยท่านได้
พระเจ้าองค์อื่นๆ ล้วนเหลือไว้แต่คำสอนและสาวก ศาสนาต้องการเงิน นักบวชต้องการเงิน
เพื่อสร้างอาณาจักร สร้างศาสนสถานให้ยิ่งใหญ่ โดยให้ชาวบ้านยากจนไม่มีกิน ถูกผีรบกวน โรคภัยรบกวน ไม่มีความสุข

ศาสนาสอนให้คนทำบุญเพื่อจะได้ไม่ทุกข์ยากลำบากเหมือนในชีวิตนี้
การซื้อบุญมันยุติธรรมแล้วหรือ คนรวยทำบุญได้มาก คนจนไม่มีเงินทำบุญ จะได้ไปอยู่สวรรค์ชั้นไหน อย่างเก่งก็ได้ไปเป็นคนเก็บกวาดขยะที่สวรรค์ ถ้าเงินซื้อสวรรค์ได้ พวกคนรวยก็ต้องได้ดีทั้งโลกนี้และโลกหน้า "มันยุติธรรมแล้วหรือ"

แต่พระเยซูคริสต์ได้ถูกฆ่าตายแต่ได้ฟื้นขึ้นจากอุโมงค์ฝังศพ พระองค์สามารถช่วยท่านได้อย่างแน่นอน" มีศาสดาองค์ใดที่กล้าประกาศตนเองว่า "เราเป็นพระเจ้า" "เรามาเพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดจากผลแห่งความผิดบาปของเขา ให้หลุดพ้นจากการเป็นทาสของสิ่งต่างๆ"

พระเยซูคริสต์พูดว่า "เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต" "ไม่มีผู้ใดมาถึงพระเจ้าเที่ยงแท้ได้ นอกจากมาทางเรา"

เพื่อยืนยันว่าพระองค์ยังมีชีวิตอยู่และไหวตัว พระเยซูจึงอนุญาตให้ผู้เชื่อในพระองค์มีอำนาจในการขับผี วิญญาณชั่วที่สิงสู่ รบกวนในจิตใจของคนได้ ให้ผู้เชื่อในพระองค์อธิษฐานเพื่อคนป่วยที่หมอรักษายากๆ หรือรักษาไม่ได้ให้หาย

มีศาสดาองค์ใดที่ยังมีชีวิตอยู่บ้าง แต่พระเยซูคริสต์ ได้กล่าวว่า "เรามีชีวิตอยู่ในเวลาวานนี้ วันนี้ และตลอดไปเป็นนิจกาล" พระองค์พูดว่า "เราเป็นอาหารแห่งชีวิต ผู้ใดมาหาเราเขาจะไม่หิวกระหายอีกเลย"

ลองแสวงพระเยซูคริสต์ดูซิ คุณไม่ต้องเสียอะไรไม่ใช่หรือ
ร้องเรียกหาพระองค์แม้คุณอยู่ในที่นอนของคุณ ด้วยความจริงใจ คุณจะพบพระองค์ในนิมิต และความฝัน หรือด้วยประสบการณ์แปลกประหลาดน่าอัศจรรย์ เพราะพระเยซูคริสต์คือพระเจ้าองค์อัศจรรย์

คลิกเพื่อดูวีดีโอคลิบคนที่หายจากการเป็นโรคความดันสูง ด้วยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า

A Living Free Seminar( Inner Healing) in Sydney

A Living Free (Encounter with Christ, or Inner Healing Program

It was one of the best seminar which I have experienced.
APril 16-18, 2010 in House of Faith Church in Sydney.

Pastor Robert and House of faith church invited me to run a seminar called "Living Free".
It is a three-day seminar which focuses on the inner healing for Christians who want to grow up spiritually.
There were about 22 people joining this seminar. Since people here work very hard during their weekdays, so we held this seminar in the evening of Friday, Saturday and Sunday from 2 o'clock until 7 p.m.

The seminar was a real blessing for the Thai members of House of Faith Church.
During the closing the spiritual doors, there were many manifestations of the demons, spirits and even
the town's dominion. One of the participants named Pa Nan ( Not her real name) was demonized and we needed to help her by casting out the demon(exorcistsm). Apostle Bruce was in control and I was translating for him. When we asked what the demon's name was, the demon said that he was from a district in Chiang Rai. He is actually until present the dominion of the town. In Chiang Rai, there is a very old district in which Satan sent his worker to rule as a the spirit of the Town. People in this town pay respect to this dominion of the town by pushing the horns when they are driving past this shrine. Pa Nan came to Australia in order to take care of her Son's children here in Sydney but later she has become a Christian for more than two years. She is a very strong Christian and come to church every Sunday but before she came to Jesus she used to worship this spirit as one of her gods.

During the deliverance, I asked the name of this spirit and it reported to me the name. At first, it did not want to tell and did not want to leave this woman but we knew how to deal with demons and spirits from our experiences in this ministry. Finally we cast it out and forbid it not to come back again.

There were other demon manifestations during the deliverance prayer too such as, stupor, bitterness,
spirit of divinity, spirit of adultery but they all had to leave in the Name of Christ Jesus. Thank God that his presence and Holy Spirit anointing during the last session were very strong. We were in control and able to set everyone free from the influence of the demons and bad spirits.

Participants were very happy to get free from the unknown and unseen, unrealised, unexpected influences of the demons in Christian life. 

This story is too difficult to understand for the civilised or digital-era world and also for many pastors who serve the Lord with theological teachings which they had learned from some of their instructors who also have a little understanding and faith in the power in the Name of Christ Jesus but have much knowledge in biblical knowledge. Many seminaries and bible schools teach only the knowledge and teaching of Jesus and his apostles but neglect and omit deliverance skills in their curriculums.

 I can tell you the truth. Christians do not fight against any other religions but we have been fighting with the unseen forces which their master is the Satan.  However, many Churches and Christians do not realise this fact and they are not taught in the church about deliverance because of the perverted rituals in Christianity. The church practise only rituals and teach people to do this and do not do that so that they can go to heaven and meet Jesus. 


Many Christians are still demonized but they do not know. They just follow the teaching of Christ Jesus and worship Him as one of their gods. Many Christians and even pastors and their wives live a defeated life. Some serve for money and some for dignity, positions, and survival. Some serve Jesus because they have nowhere to go. Whatever reasons you serve the Lord just do it right and with all your strength with the help of the Holy Spirit.

Many follow Jesus as a religion practice. They think it is a long way to go to heaven so they just follow their own selfish desires and pleasure in life but from time to time they are tormented by the unknown illness or repeated sickness or incurable diseases.

Come back to God. Come back to God. Come back to origin of the church.

I proclaim to all churches that you must come back to the original practice of the early church.
The Power of the Church is still active and we need power to walk in Christ. Christians have to save the world, the ungodly people the societies and the nations.

Thanks to Pastor Robert Goh, House of faith in Sydney and Petersham Church that you invited my wife, Shilah and I to help minister with your team in this seminar. Thank you Katerine and Clair, Apostle Bruce, Sutie, Song and Lah Petersham prayer team, and the most hard working woman, Kate.  May the Lord give you peace and Joy and sufficiency in Life. Amen.

...............................
During the deliverance session, I saw many demonic manifestations and I had asked Apostle Bruce about some questions that I did not understand clearly. So these are the answers from Apostle Bruce, a deliverance expert in deliverance or exorcism.

During a Living Free (Inner healing), we encountered a lot of demonic manifestations and I had sent some question to a deliverance expert, Apostle Bruce these are his answers to my questions.

These are good questions

1. Why does a dominion from distance land come with the people who used to worship or surrender to them?
If it comes, how can it answer the prayer of the people who are worshipping it at their shrine?

The answer is it doesn't. Worship the idol opens the door to Satan or creates a legal contract. So when the demon said my name is the spirit of the idol near the wall. It is saying I'm a demon with the same nature as that demon and I'm allowed to enter and call myself by that name because of worshiping this idol.

If you consider in my book I speak about the nature of demons.
The Hindu goddess Kali has the nature of "blood lust." The demon can call itself Kali because of the idol worship but actually it's real name or nature is blood lust. In New Zealand this is known as Moari Harka and in Western culture I've see blood lust because of Vampire playacting and drinking blood.

So the demon itself is still in the shrine in Chiang XXaen although it could easily and quickly travel to Australia but actually it was just another demon saying my nature is the same as that demon in Chiang XXaen because of the open door.


2. When it is  indwelling a person in Aus what happens to their shrine, is it still at their shrine or it has many spirits in one?

I think I answered that above. There are many spirits with the same name.

3. The distance is not a problem for the demon, is that correct?

Correct. The spirit can travel the world quickly. It can only be in one place but it could travel. Though in this case it was unlikely to be the same spirit from the shrine.


4. How do we pray for a person who get worse after we pray for deliverance such as headache, stomach trouble, fainted?

When they get worse (headache and stomach especially) it indicates that I have not yet broken the legal rights and I have to look harder to find and break the legal right. We are trying to cast the demon out and the pain is the demon saying I have legal rights and holding on to the flesh of the person as we try to cast it out. We have enough power if we want to persist to cast it out but if we don't break the legal rights then it can comes back. In such case I usually stop and try to find the legal rights. One woman had a headache and I recognised we need to discuss in more details her life to find the legal rights before proceeding however everyone was tired and it was not the right time however we should sit down and talk with her soon. 
Fainting is a little different it is the demon trying to evade the eviction.

5. Why can they closing prayer in living Free so powerful that many demons manifest themselves, and struggle?

If we confess and renounce we find mercy. As there is so much confession at the Living Free there is so much mercy. It is the best opportunity to find or cast out the demon. For most of the people we tore up all the contracts and they will get freedom but for a few they maybe didn't realise the real root. Although Nan said the renouncement prayers with genuine repentance she needed to say more. She needed to ask specific forgiveness for worshiping that idol near the wall. The renouncement prayers are very general. 

Sometimes we have to find the specific root. The girl with the headache we need to find the root. Also another woman that fought me. She only attended the Sunday. She only received part of the teaching and did not participate in any of the small groups. There is a lot of confession in the small groups. We really worry if people just come only to the renouncement prayer sessions. She has spirits of jealousy and bondage. Again we didn't have enough time to talk to her in detail about her life only that she has had 2 husbands.

These are great questions. If you have time one night I might be able to come over if you need to discuss these more. 
God Bless
Bruce
....................................

Thank you very much Apostle Bruce for your answers.
Now I understand more about what we have been doing.
It is nearly impossible to understand demonic possession in Christians. Some people have been Christians for many years but still have some demons indwell their bodies.

It is nearly impossible to discern that anyone has demons living inside their spirits.
 If I tell this to some pastors in Thailand, they may not understand and may think that we are crazy or be something like nuts.

Reewat

* I write this article just not to show that we are good exorcists but I want to let everyone know that
we are living in a physical world and spiritual world at the same time. 

I want to let you know that
Jesus has more power than every demon, power, principality, ghost, dominion, angel, or any thing that or what people call god.

Jesus not only gives abundant life but he redeems man from their sins, lifts curses, gives new hearts. Jesus is not a dead god or man-made god but he is a living god. 

After Jesus was crucified and put into the tomb, in three days he rose from the death.

Now he still alive. I, as a believer, by his name have cast out many demons and prayed for sick people.
Many people get healed because Jesus is alive. 
This is the evidence and testimonial proving that Jesus is the living God and He really can help you with any problem you have.

And these signs shall follow them that believe; In my name shall they cast out devils; they shall speak with new tongues; They shall take up serpents  

Bible, Mark 16:17





Evangelism Rally with Pastor Robert

March 18-23, 2010

Pastor Robert from House of Faith, Syney Australia.

March 20, 2010
Pastor Robert preached a revival message at the Youth meeting.
Many young people got anointed and touched by the power of the Holy Spirit.
After the sermon, Pastor Robert contibuted musical instruments and some equipments to House of Faith evangelistic point at Baan Sanna, Maesai, Chiang Rai, Thailand.

March 21, 2010
Pastor Robert delivered an evangelistic sermon at Baan Sanna House of Faith church.
The people and children in this pictures show their faith and welcome the Lord by lifting up
their hands asking for redemption of sins and welcome Jesus as their personal savior and the Living God.
March 21, 2010
Our team visited Pakok Ahka church, a northern village of Chiang Rai airport.
There were many healing miracles and blessing to the local Ahka people.
Thank to Pastor Sorapot who welcome our team to minister to their lovely people.

Yeah!!! I met Marry Rink- พบคุณแมรี่ ริค แล้วครับ


February 23, 2010

I heard about Mary Rink, Messianic Jew or a Christian Charismatic preacher who is on fire for God. This evening she came with her husband Lorrie. Now she is  the National Co-ordinator Aglow Thailand.

Her objective in coming to Measai is to encourage brothers and sisters on behalf of Aglowthailand.org in order to establish intercessory group named Aglow unit.

We met at Hope Church of Maesai. Many Christians from many churches and denominations gathered this evening to listen to Marry’s sermon. After dinner Pastor Mc lead the worship with his skillful music band from his church.
My wife, Sirla  and I were invited to join the meeting.

Pastor Mc is always on fire for the Lord. Before the sermon Sarah showed and taught us some flag worship gestures and Mary taught us a Jewish traditional dance which made us smile and cheerful with her brilliant steps in Jewish dancing.

Mary talked on Unity of the body of Christ. It is no time for us to separate or work independently in God’s Kingdom but we need to work together and encourage one another to complete the work of God in proclaiming the Gospel of Jesus Christ. I was asked to be the interpreter for Mary’s sermon.

After her preaching, it was the time to pray for people who were hungry for God’s presence and anointing. The anointing was so strong and the Holy Spirit prophetic statements were very encouraging to many of us.

Thank you Mary Rink and Thank you Jesus.

We love you Mary Rink and welcome again and again to Maesai.

* You can read more about Mary Rink at
http://lampthai.net/testimonies.html
and www.aglowthailand.com
.............................

When the presbitirian churches open their hearts to a Noname preacher

Jan 30, 2010 is one of memorable days in my blog.

About 6.15 p.m. I saw a missed call in my cell phone. It was from pastor Mc. I called back and got to know that the preacher who was invited to preach could not come because of that a member in his church had passed away and the preacher needed to be at the funeral. I was asked to be a substitute for a youth worship meeting in a church in Mea Chan.

I welcome the invitation without hesitation but with great joy because I knew that God would use me in this way. My family and I cooked and ate and got prepared in 30 minutes and then we drove to the church Mea Chan. In the meeting there were about 60 young boys and girls from churches around the area.

I was informed that normally there should be more people but that evening there had been a winter fair in town of Chiang Rai. It did not matter how many people were there because we knew that Jesus loves us and always wants to bless the young.

 After worship songs were sung, I preached on the Nain Widow and his dead son. Jesus was there to raise the death. Jesus said to the dead young man “Rise” and the dead young man rose up. Whenever and wherever there is Jesus there is hope. Thank God.

After the sermon was done, it was time to pray for sinners who convicted by the Holy Spirit and the Power of the Word.
About 12 people came forward and we prayed for them. There was, like before, the anointing fell over the meeting we prayed for many young boys and girls who were hungry for God.

A visit from Jaisaman mission group- พี่น้องใจสมานมาเยี่ยมเรา

Thai- Englsih

Dec 2, 2010

คุณวิโรจน์, อ.ลิลลี่ (แม่สาย) และทีมงานจาก คจ.ใจสมานมาเยี่ยมเยียนพี่้น้องที่ คจ.เชียงแสน
คืนวันที่ 2 มกราคม 2010 

คุณวิโรจน์เทศนาเรื่อง ฮีบรู 4.12 พระวจนะของพระเจ้านั้นให้ชีวิต ให้พลัง มีอานุภาพในการเปลี่ยนแปลงและวินิจฉัย เสริมสร้างชีวิตใหม่

หลังจากเทศนาแล้ว พี่น้้องได้รับเชิญให้ออกมารับการอธิษฐานเพื่อเติมเต็ม และอวยพรปีใหม่
มีพี่น้องออกมาให้อธิษฐานหลายคน  หลายๆ คนได้รับการสัมผัสจากพระเจ้า

มีชายคนหนึ่ง ยืนรับการอธิษฐานอยู่ เราเห็นไม่มีใครอธิษฐานแล้วจึงอธิษฐานเผื่อเขา ก่อนอธิษฐานไ้้ด้ถามเขาว่า ต้องการให้อธิษฐานอะไร  เพื่อนเขาบอกว่า เขามีจิตอ่อนและบางครั้งถูกวิญญาณรบกวน
เราอธิษฐานเผื่อเขาและ เขาได้ล้มหงายลงไปพื้น เราอธิษฐานเพื่อเขาต่อไป สักพักเมื่อเขาลุกขึ้นมาได้เราได้ถามเขาว่าเห็นอะไรหรือเปล่า เขาบอกว่า เห็นวิญญาณสีดำๆ หลายตัวออกไปจากร่างกายของเขา
ขอบพระคุณพระเจ้า นั่นคือเครื่องหมายที่ดี ในการอวยพรสำหรับเขา

...................................................
A team from Jaisaman Church BKK, lead by Kun ViRot came to visit us at our church. We had a meeting this evening and Kun Virot preached on The power of Word (Hebrew 12.4).
Then he asked people to come forward to get a praying blessing.
Many people got touched by the power of anointing from the team.
There was a man from Arjarn Jong's Church (Palai Luang). His friend told me that he was troubled by demons and wanted to get released.
I prayed for him and he was slain backward lying on the floor. When He woke up I asked him what he saw while he was asleep on the floor. He said he saw some dark demons came out of him. Thank Holy spirit. Thank You, Jesus. Glory be onto you mighty Name.

My First Living Free Seminar (Encounter Jesus)




It has been a very exciting weekend for me since last Friday, 11-12-13 Dec 2009

On Friday, we had a miracle Christmas evangelism in front of the City Hall in Chiang Saen.
The churches invited me to preach for 20 minutes on Christmas celebration.

I preached on "Why did Jesus come to the world?" After the sermon, I invited people to come forward
to be prayed for their infirmities and sickness and also any one who want to surrender their lives to
the Lord. About 30-40 people responded to my invitation.

As we were praying people fell down and God touched them.
We did not have much time to minister because there were many more shows to come.
I saw some old log Christians cried in tear while they were lying on the floor repenting for their lukeworm.

This was a great joy for us all.

On Saturday 2.00 p.m. I invited churches nearby to join a Living Free teaching.
About 35-40 people responded to my invitation.

I taught them the 6 doors (Entry points that demonsget into and work on our mind, and also why does Jesus want to heal them.

I peached on Isaiah 53:4-6

4.But it was our pain he took, and our diseases were put on him: while to us he seemed as one diseased, on whom God's punishment had come. 5 But it was for our sins he was wounded, and for our evil doings he was crushed: he took the punishment by which we have peace, and by his wounds we are made well. 6 We all went wandering like sheep; going every one of us after his desire; and the Lord put on him the punishment of us all

and some other scriptures.

The first introduction part ended about 5.30 p.m. This took about 2-3 hour teaching and it was tiring.
Then we had dinner together.

The second part started at 6.30 p.m. until 10.30 p.m.

I reviewed for them the 16 roots spirits then asked them to denouce and to close the 6 doors.

After I had finished a long prayer closing all the doors, I prayed and asked the Holy Spirit that He would annoint the
people who had joined the meeting. As I anointed them on their foreheads Holy Spirit touched them many times.
Each person, and each time them came forward. Thank God for miracle in the Name of Jesus and the work of
the Holy Spirit.

A pastor asked me to pray for him; he fell down and spoke in tongue.
I was praying for him while he was lying on the floor. I asked "Oh Holy Spirit please translate what you are saying.
The Holy Spirit imediently gave Thai words" I will give my servants in Chieang Saen and Maesai more power and
I will help them to do wonderful things in these areas.

Thank God for that.

On Sunday I went to Pong Or church, 30 kms from Chiang Rai City, on the east of CR.
I did not forget to take Joy, Lauren and Carla with us, (A lady in my church let me borrowed her car)

It was my first very long sermon. I preached 1.30 hours. Some of my words were very strong and hard
to the Full Gospel denomination I complained that if they do not change their strategy there would be less
revivals in CR.

After the sermon I challenged people to come forward. As I was praying for them some of members
spoke in tongues. I also prayed for the pastor.
I seemed to me that the pastor had a humble heart; he was about 60 or something.


Please do not cease praying for each other so that my family and I will be more blessings to churches
and God's servants not only in my area but extended to other lands.

May my update be an encouragement for your dedication to Jesus, our Lord.

Reewat